เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 29 ธันวาคม ที่สน.พระโขนง พ.ต.อ.ปนาทพล ปุณศรี ผกก.กก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.ทินกร สมวันดี ผกก.สน.พระโขนง พ.ต.ท.ณัฏฐ์ พิพัฒน์สวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สน.พระโขนง ร่วมกันนำกำลังตำรวจ กก.สส.บก.น.5 และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนง จับกุมตัวนายวิรชัย ผมทอง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 598/74 ซ.สุขุมวิท 48 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.794/2561 ลง 19 ธันวาคม 61 ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองคนหรือทรัพย์นั้น และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป พร้อมของกลาง ไขควง จำนวน 2 อัน หมวกกันน็อกสีดำ เต็มใบ 1 ใบ รองเท้าผ้าใบกีฬา สีดำ 1 คู่ และกระเป๋าสะพายข้าง สีเทา 1 ใบ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 43/2 หมู่ 6 ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี สืบเนื่องจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยสถานีสูบน้ำพระโขนง สุขุมวิท 50 ความยาว 2 นาที 40 วินาที โดยสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อเชิ๊ตลายทางสีแดงอมชมพู กางเกงยีนส์ขายาว พยายามจะงัดเข้าห้องพัก แต่เมื่อไม่ได้ก็เดินวนไปมาหลายครั้ง จนสุดท้ายก็ทำสำเร็จ ด้วยการตัดลูกบิดออกไป ทั้งที่เจ้าของห้องครอบลูกบิดประตูไว้ เพื่อป้องกันการใช้กุญแจผีหรือสิ่งของงัดแงะก็ตาม ก่อนจะเข้าไปรื้อค้นขโมยทรัพย์สิน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นทองคำ 5 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เบื้องต้นเจ้าของห้องได้แจ้งความไว้แล้วที่ สน.พระโขนง แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายรายนี้คือนายวิรชัย เนื่องจากชุดสืบสวนสืบค้นทางโลกสังคมออนไลน์จนพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสภาพพระเครื่องของผู้เสียหายลงบนไทม์ไลน์ เพื่อโชว์เพื่อนฝูง และทางผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นของที่ถูกลักไป ต่อมามีเบาะแสว่าคนร้ายได้หลบหนีไปกบดานในต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ก่อนนำกำลังไปตรวจสอบ เฝ้าสังเกตุการณ์ จนพบผู้ต้องอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว ทางตำรวจจึงแสดงตัวพร้อมหมายจับ ก่อนนำตัวสอบสวนที่ สน.พระโขนง
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำออกมาได้เพียง 1 ปี ประกอบกับยังไม่มีงานทำ จึงหวนกลับไปสู่แวดวงการเป็นโจรอีกครั้ง โดยได้ออกตระเวนขับขี่ รถ จยย.ไปตามท้องถนน เมื่อไปพบหอพัก อพาร์ตเม้นท์ที่มีการรักษาความปลอดภัยไม่รัดกุม ถึงแม้จะมีการใช้ระบบคีย์การ์ด เปิด ปิดประตูก็ตาม จะทำทีเดินตามผู้ที่พักอาศัย จากนั้นจะขึ้นไปตามชั้นที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน และจะสังเกตุห้องใดที่มีการใช้ที่ครอบล็อกประตูแน่นหนา จะสงสัยว่ามีของมีค่าจำนวนมากถึงต้องล็อกลักษณะนี้ ก่อนจะงัดไม้ประตูเปิดเข้าไปขโมยทรัพย์สิน แล้วนำไปขายเพื่อนำเงินไปเสพยาไอซ์ เมื่อยาเสพติดหมดจะออกไปก่อเหตุซ้ำ
ทั้งนี้ จากการขยายผลพบว่าคนร้ายรายนี้เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ในพื้นที่สน.พระโขนง 2 ครั้ง สน.บางรัก 1 ครั้ง และสน.ทุ่งมหาเมฆ 1 ครั้ง เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง หากมีผู้เสียหายรายใดถูกก่อเหตุลักษณะนี้ สามารถติดต่อ สน.พระโขนงได้ทันที ก่อนทำการแจ้งข้อกล่าวหา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

