หน้าแรก ในประเทศ ชาวกันทรลักษ์...

ชาวกันทรลักษ์ ค้าน ปิดปราสาทพระวิหารจำลองไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

8.05.16 | 20:35 น.

ศรีสะเกษ ชาวกันทรลักษ์ค้านการปิดปราสาทพระวิหารจำลองไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ชี้ควรทุบประตูเหล็กกับรั้วลวดหนามเถื่อนซึ่งกั้นระหว่างไทยกับกัมพูชาที่บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหารเพียงเพื่อเก็บเงินค่าขึ้นชมปราสาทพระวิหารในขณะนั้น

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่บริเวณศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายกิติศักดิ์ พ้นภัย หัวหน้ากลุ่มกำลังแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนเป็นชาว อ.กันทรลักษ์ มาโดยกำเนิด และอาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ กรณีเขาพระวิหารนั้น มีความเป็นมา ลำดับเหตุการณ์ที่สลับซับซ้อน มีรายละเอียดมากมาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเมืองการปกครอง ที่ผ่านมาในหลายยุคหลายสมัย และได้เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ โดยมีอุดมการณ์และความศรัทธาในความรักชาติเป็นที่ตั้ง ได้มีการศึกษาอย่างละเอียด ทำให้เกิดการเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี สามารถอธิบายสิ่งต่าง ๆ ได้ ซึ่งความรู้เรื่องเขาพระวิหารนั้น ตนมีมาก รวมไปถึงงานวิจัยทางด้านวิชาการและอื่น ๆ ในทุกมิติ

นายกิติศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อได้ทราบถึงเรื่องกรณีที่มีการสร้างปราสาทพระวิหารจำลองบนพื้นที่ผามออีแดงที่ใกล้จะแล้วเสร็จนั้น และต่อมาทราบว่ามีคำสั่งจากผู้มีอำนาจให้ปิดปราสาทพระวิหารจำลอง มีทหารนำผ้าดำมาปิดคลุมไว้ในบริเวณนั้นทั้งหมด แล้วอาจจะมีการทุบทิ้งในเวลาต่อมา จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ตนขอแสดงความคิดเห็นว่าไม่สมควรที่จะทุบปราสาทพระวิหารจำลองทิ้ง ในเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็ควรเก็บไว้เป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์ ประกอบกับในเวลาที่มีนักท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพบนผามออีแดง ส่วนจะมีการปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มขึ้น ก็ว่ากันไปตามความเหมาะสมในดุลพินิจ เพราะสถานที่สร้างประสาทพระวิหารจำลองนั้นอยู่ในดินแดนไทย แล้วจะมีปัญหาอะไรในเมื่อการก่อสร้างนี้อยู่ในแผ่นดินไทย และจะไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาได้อย่างไร

นายกิติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตนขอเสนอสิ่งที่สมควรทุบทิ้งจริง ๆ ก็คือ ประตูเหล็กกับรั้วลวดหนามเถื่อน ซึ่งกั้นระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่สร้างไว้จากคนไทยเพียงไม่กี่คน ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตอนช่วงไปคบค้ามีผลประโยชน์กับกัมพูชา ซึ่งประตูเหล็กกับรั้วลวดหนามเถื่อนนี้ ได้สร้างขึ้นมาประมาณปี 2540 – 2541 เพียงเพื่อต้องการต้อนคนไทยและนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปชมตัวปราสาท ให้เข้าไปตรงช่องขายบัตรผ่านประตู ได้มีการขายบัตรแล้วแบ่งเงินกันระหว่างไทยกับเขมรในเวลานั้น ซึ่งประตูเหล็กกับรั้วลวดหนามเถื่อนดังกล่าวตามแนวคลองน้ำ ได้สร้างความเข้าใจผิดในเรื่องเขตแดนเป็นอย่างมากในเวลาต่อมา ซึ่งไม่เป็นผลดีกับฝ่ายไทย

ดังนั้น ประตูเหล็กกับรั้วลวดหนามเถื่อนจึงสมควรทุบทิ้ง รื้อถอนออกไป เพราะเป็นเรื่องการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งเรื่องดินแดนและทรัพยากรป่าไม้ จึงต้องการให้นำมาตรา 44 มาใช้ด้วยความเด็ดขาด สิ่งสำคัญก็คือการเอา “เขาพระวิหาร” ดินแดนไทยนั้นคืนกลับมา โดยขอให้ประกาศยึดถือเส้นสันปันน้ำเพียงเท่านั้น ซึ่งภูมิรัฐศาสตร์เขาพระวิหารนั้นชัดเจน ไม่ยอมรับแผนที่แบร์นาร์ด มาตราส่วน 1 : 200,000 ที่ฝรั่งเศสทำให้กัมพูชาสมัยที่เป็นเมืองขึ้น ไทยควรถอนตัวออกจากสมาชิกศาลโลก ไม่ควรยอมรับคำตัดสินของศาลโลก ย้อนไปถึงคำพิพากษา เมื่อปี 2505 ขอให้ส่งทหารไปยึดเอาภูมะเขือกับเขาพระวิหารคืนกลับมา ทั้งบริเวณปราสาททั้งหมดจนถึงเป้ยตาดี ไม่ใช่ปล่อยให้เขมรอพยพขึ้นมาอยู่จนออกลูกออกหลานเต็มไปหมด ซึ่งอยู่ในบูรณภาพแห่งดินแดนไทยแบบเวลานี้

Advertisement