รู้ยัง! ไขมันเลวไม่ใช่ปัจจัยหลักก่อโรคหัวใจหลอดเลือด-เส้นเลือดสมองตีบ

31.12.18 | 17:09 น.
เมื่อวันที่  31 ธันวาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  กล่าวว่า ขณะนี้มีความกังวลในเรื่องของการใช้ยาลดไขมัน เนื่องจากเกิดคำถามว่า ใช้มากจนเกินความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีการตรวจสุขภาพ และพบว่าปริมาณไขมันชนิดไม่ดี หรือ  LDL (Low Density Lipoprotein) เกินมาก็จะให้ยาลดไขมันทันที  ซึ่งจริงๆ แล้วมีงานวิจัยที่ลงในวารสารต่างประเทศ ระบุว่าไขมันเลวเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่สาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน  แต่จริงๆ ยังมีปัจจัยอื่น คือ ภาวะการอักเสบภายในร่างกาย ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจและสมองตีบตันได้เช่นกัน

“เมื่อไปตรวจไขมันและว่า ปริมาณไขมันเลวสูงขึ้น ทั้งที่ผู้ป่วยอาจไม่มีประวัติครอบครัวหรือตนเองป่วยโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองก็ตาม เมื่อไปตรวจและพบว่าไขมันสูง  แพทย์จะนำเข้าสูตรการคำนวณว่า มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดสมองหรือหัวใจตีบ ใน 10 ปีหรือไม่  ซึ่งวิธีการคำนวณแบบนี้ ทางสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้เข้มงวดจนกลายเป็นว่าคนสหรัฐเอง แม้ไม่เคยเป็นโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองก็ตาม กลายเป็นว่า 1 ใน 4 คนก็ต้องรับยาลดไขมันทั้งหมด เราก็เดินตาม จึงเกิดคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่เราต้องกินยาไขมันไปตลอด ทั้งที่อาจไม่ใช่ เพราะปัจจุบันมีหลักฐานต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวอีกว่า  อย่างรายงาน ปี 2017 วารสารนิวอิงแลนด์ พิสูจน์การอักเสบเป็นปัจจัยสำคัญของเส้นเลือดตีบ   และในปีเดียวกัน จาก PURE study   ได้มีการพิสูจน์ว่าถ้ากินแป้งมากเกินไป ขาดพืชผักผลไม้กากใย กลับทำให้เป็นโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบในสมอง และเกิดมะเร็ง  สรุปคือ ไขมันเลวเกิดจากการกินอาหาร แต่ไม่ใช่ตัวการใหญ่ที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน แต่ต้องประกอบด้วยการอักเสบภายในร่างกายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วการวัดปริมาณไขมันเลวต้องไม่เกินเท่าไหร่ และต้องมีการตรวจการอักเสบของร่างกายอย่างไร ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่า  บางแห่งบอกว่าต้องไม่เกิน  130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)  แต่หลายแห่งก็ขึ้นอยู่กับอายุ กับความเสี่ยงอื่นๆ แต่โดยรวมคือ เวลาเราเจาะเลือดโดยที่เราไม่มีโรคประจำตัวอะไรมาก่อน เราจะดูแต่ระดับเฉยๆ ไม่ได้ แต่ต้องดูอย่างอื่นๆ ด้วย แทนที่จะเริ่มจากการกินยา ให้ปรับพฤติกรรมอันดับแรก ต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ที่สำคัญต้องไม่สูบบุหรี่ หากดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนเกิดคำถามว่า หากดื่มบ้างได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าอย่าดื่มจนมากเกินไป 1-2 แก้วก็ไม่เป็นอะไร   สิ่งสำคัญคือ หากปรับพฤติกรรมทั้งอาหารการกิน ออกกำลังกายแล้ว ยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องกลับไปปรึกษาแพทย์ว่า ควรต้องตรวจระดับการอักเสบของร่างกายหรือไม่ หรือจะกินยาลดไขมันเลย

 

 

Advertisement