เมื่อช่วงปลายปี 2561 กลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงใน 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล ได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกรณีประเทศไทยจะไปลงนามในอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 188 หรือ C188 ว่าด้วยเรื่องการทำงานภาคประมง ซึ่งล่าสุด สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบให้กระทรวงแรงงานดำเนินการ โดยคาดว่าจะมีการเดินทางไปลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมกราคม 2562

การคัดค้านดังกล่าว กลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงได้ยื่นข้อเสนอ 14 ข้อ ให้กระทรวงแรงงานเลื่อนกำหนดการไปลงสัตยาบันออกไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติร่วมกัน ประกอบด้วย 1.การจ่ายเงินเดือนผ่านตู้เอทีเอ็มซึ่งเป็นปัญหาและสร้างภาระให้กับนายจ้าง/ลูกจ้าง และการแก้ไขกฎหมายให้สามารถจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าได้ 2.การบังคับใช้กฎหมายกับเรือแต่ละประเภท เพราะนิยามของเรือประมงเพื่อยังชีพยังไม่ชัดเจน เรือประมงพื้นบ้านจะต้องถูกบังคับใช้ตามกฎหมายด้วยหรือไม่ 3.การเปิดโอกาสให้สามารถซื้อประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ควบคู่กับซื้อประกันสุขภาพของภาคเอกชน ทดแทนการเข้าอยู่ในระบบประกันสังคม 4.อัตราการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน และการเรียกเงินคืนจากกองทุน กรณีลูกจ้างอยู่ไม่ครบปี 5.การจัดที่พักอาศัยบนเรือประมง จะบังคับใช้กับเรือต่อใหม่ที่มีดาดฟ้าและมีขนาด 300 ตันกรอสขึ้นไปเท่านั้น 6.แนวทางและประเภทเรือที่ต้องขอใบรับรองการตรวจสภาพเรือ 7.ความเหมาะสมเกี่ยวกับปริมาณและคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม

8.ขอบเขตการทำงานของแรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เปิดโอกาสให้บุคคลอายุ 16 ปีขึ้นไป สามารถฝึกงานในเรือประมงได้ 9.การกำหนดเงื่อนไขการส่งตัวแรงงานกลับประเทศต้นทาง โดยเฉพาะกรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายผิด นายจ้างไม่ควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 10.การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีจากเรือ เพราะการนำเข้าแรงงานตามเอ็มโอยูใช้เวลานาน มีภาระค่าใช้จ่าย จึงขอให้ควบคุมปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีจากนายจ้าง 11.แรงงานตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว ไม่เห็นด้วยหาก สธ.จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มในการตรวจสายตา และการได้ยิน และขอให้จัดทำคู่มือ/แนวปฏิบัติในการส่งต่อผู้ป่วย 12.การนับชั่วโมงพักและการกำหนดชั่วโมงพักให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานบนเรือประมงแต่ละประเภท 13.ขอให้แก้ไขความซ้ำซ้อนของกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อลูกเรือ และ 14.การกำหนดอัตรากำลังในเรือ ควรกำหนดเป็นอัตรากำลังขั้นสูงสุดที่สามารถออกไปทำการประมงได้

จึงเป็นที่มาว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมประมง 22 จังหวัดชายทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและทบทวนกฎหมายในกิจการประมง
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานชุดเล็ก โดยมอบหมายให้ นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นเลขานุการ ประชุมพิจารณาข้อเรียกร้องเพื่อตอบข้อกังวลของสมาคมประมง 22 จังหวัดชายทะเลทั้ง 14 ข้อ ร่วมกับผู้แทนกลุ่มเรือประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น โดยให้ได้ข้อสรุปเป็นรูปธรรมภายใน 1 เดือน ก่อนจะเดินทางไปรับรองอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 188 ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปลายเดือนมกราคมนี้
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า จากการพิจารณาข้อเรียกร้องของชาวประมงทั้ง 14 ข้อ พบว่ามีที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาฉบับที่ 188 เพียง 4 ข้อ ซึ่งเพิ่มเติมมาจากของเดิมเท่านั้น ได้แก่ 1.การตรวจสุขภาพประจำปีของลูกจ้าง 2.การส่งแรงงานประมงกลับจากท่าเรือต่างประเทศ 3.การให้คนทำงานบนเรือเข้าระบบประกันสังคม และ 4.การปฏิบัติและการใช้บังคับที่จะต้องมีใบรับรองการตรวจเรือ สภาพความเป็นอยู่ และสภาพการทำงานบนเรือ

“ผมยืนยันว่า กระทรวงแรงงงานจะดำเนินการให้สัตยาบันอนุสัญญา C188 ในวันที่ 30 มกราคมนี้ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี ครอบคลุมเรือประมงพาณิชย์ 5,000 ลำ ที่มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป โดยไม่ส่งผลกระทบกับประมงพื้นบ้านแต่อย่างใด เพราะข้อกำหนดใน C188 จำนวน 14 ข้อ เป็นกฎหมายใหม่เพียง 4 ข้อเท่านั้น ส่วนอีก 10 ข้อ ก็สอดคล้องกับกฎหมายเดิมที่มีการบังคับใช้ในประเทศไทยของกระทรวงแรงงาน กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการแพทย์ อยู่แล้ว C188 จึงไม่ได้สร้างภาระให้กับชาวประมงเพิ่มเติม แต่จะเป็นการแก้ปัญหาให้กับภาคการประมงในระยะยาว” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานรับทุกข้อเรียกร้องของสมาคมประมง และจะหาแนวทางดำเนินการแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับบริบทการประมงไทย อาทิ กำหนดให้คนไทยอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี สามารถฝึกงานในเรือประมงไทยได้ ส่วนช่องทางการจ่ายเงินเดือน ก็จะหาช่องทางที่เหมาะสมและสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการจ่ายค่าแรงจริงเพื่อความเป็นธรรมของแรงงานประมง ในส่วนประเด็นการควบคุมเรือให้มีสุขอนามัยที่ดี และปรับโครงสร้างเรือให้มีที่พักอาศัย ยืนยันว่าบังคับใช้กับเรือต่อใหม่ขนาด 300 ตันกรอสขึ้นไป หรือมีความยาวตลอดลำเรือ 26.5 เมตรเท่านั้น
“อย่าลืมว่ามูลค่าธุรกิจสินค้าทางทะเลของไทยปีละ 2 แสนล้านบาท ถ้าเราจับปลาได้ แต่เขาไม่ซื้อปลา จะทำอย่างไร แนวทางการหารือดังกล่าว เชื่อมั่นว่ากลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงจะไม่คัดค้าน หรือเรียกร้องให้ชะลอการให้สัตยาบัน C188 ขึ้นอีกหลังจากนี้” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว
ด้าน นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ก็เคยคัดค้านกระทรวงแรงงานที่จะไปให้สัตยาบันอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 188 แต่หลังจากได้รับฟังคำอธิบายจากกระทรวงแรงงานและผู้บริหารไอแอลโอ ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวดีขึ้น ว่าการลงนามในอนุสัญญา ฉบับที่ 188 จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของต่างชาติดีขึ้น ทั้งในเรื่องการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานต่างด้าว
“ประเทศไทยมีการใช้แรงงานต่างด้าวในภาคประมงมาก ทำให้ไทยต้องไปลงสัตยาบันข้อนี้ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ซึ่งแตกต่างจากหลายๆ ประเทศที่ไม่ต้องลงสัตยาบันข้อนี้ เพราะเขาใช้แรงงานภายในประเทศ” นายมงคล กล่าวและว่า แต่ที่มีกลุ่มเรือประมงจำนวนหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านอีก เพราะเขายังไม่เข้าใจ และที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสื่อสารในเรื่องนี้น้อยเกินไป หรือบางครั้งสื่อสารไปแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงเข้าใจ ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น
นายมงคล กล่าวว่า ยืนยันว่าอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 188 ไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือประมงอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ในทางกลับกันจะช่วยให้ภาคธุรกิจประมงได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ สินค้าประมงจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น เพราะอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 188 ก็เหมือนกับการห้อยพระสมเด็จ ที่มีไว้กันผี ป้องกันอันตราย มีไว้แล้วอุ่นใจ ซึ่งในความเห็นส่วนตัว จะยิ่งดีต่อประเทศชาติมากกว่า
การให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 188 เป็นอีกสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการคุ้มครอง ดูแลแรงงานภาคการประมงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน และป้องกันการค้ามนุษย์อย่างเป็นระบบ ทั้งยังเป็นการผลักดันให้ภาคการประมงของไทยได้รับการยอมรับในสังคมโลกอย่างยั่งยืน อันจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศด้านสินค้าอาหารทะเลของไทยในอนาคต

