กรมอุทยานฯ ถูกเอกชนขึ้นป้ายหน้าอาคารสืบ นาคะเสถียร และอาคารที่จอดรถ ทวงเงินค่าก่อสร้างอาคารที่ทำการหลังใหม่ กว่า 210 ล้านบาท หลังถูกกล่าวหาก่อสร้างล่าช้า เผยเตรียมดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องสิทธิ ด้านรองอธิบดีกรมอุทยานฯชี้ ไม่ได้ถ่วงเวลา แต่การส่งงานมีเอกสารหลักฐานบางส่วนไม่ครบ เจ้าหน้าที่จึงไม่กล้าเบิกจ่ายให้ เร่งจ่ายหมดสัปดาห์นี้
เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) บางเขน กทม.ว่า ที่บริเวณอาคารสืบ นาคะเสถียร 12 ชั้น อาคารที่จอดรถ 9 ชั้น และอาคารห้องประชุม 4 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารสร้างใหม่ตั้งอยู่ภายในกรมอุทยานฯ ได้มีบรรดาข้าราชการเจ้าหน้าที่จำนวนมากมายืนอ่านข้อความบนแผ่นป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกนำมาติดขึงไว้บริเวณด้านหน้าอาคารสืบ นาคะเสถียร และด้านหน้าอาคารที่จอดรถ จำนวน 2 ป้าย พร้อมกับถ่ายรูปและพากันวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาบนแผ่นป้ายขนาดใหญ่
โดยข้อความบนแผ่นป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกนำมาติดขึงไว้ 2 ป้าย มีข้อความเหมือนกัน มีใจความว่า “ชี้แจงข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข้าราชการสังกัดกรมอุทยานฯได้มีการพูดคุยถึงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกรมอุทยานฯ ในทำนองว่าผู้รับจ้างก่อสร้างล่าช้า เป็นเหตุให้ข้าราชการเสียประโยชน์ไม่สามารถใช้อาคารได้ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท วีอาร์ไพล์ จำกัด อย่างมาก เพื่อให้ข้าราชการทราบข้อเท็จจริงบริษัทใคร่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องสิทธิแห่งตน ดังต่อไปนี้ ตามที่บริษัท วีอาร์ไพล์ จำกัด ได้รับการว่าจ้างจากกรมอุทยานฯให้ดำเนินการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกรมอุทยานฯ คิดเป็นเงินค่าว่าจ้าง จำนวน 655,739,000 บาท และได้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างเป็นเวลา 370 วันนับแต่วันครบกำหนดสัญญา(ครบกำหนดวันที่ 9 ธ.ค.2560) เมื่อนับรวมวันขยายระยะเวลาสัญญาจะสิ้นสุดวันที่ 13 ธ.ค.2561 ซึ่งบริษัทได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายวันที่ 8 ต.ค.2561 ซึ่งอาคารแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างโดยได้รับค่าว่าจ้างเพียง 445,377,928.80 บาท โดยได้รับค่าว่าจ้างก่อสร้างครั้งสุดท้าย วันที่ 11 ม.ค.2561 จำนวน 5,639,355.40 บาท ปัจจุบันกรมอุทยานฯยังคงค้างชำระค่าว่าจ้างอีก 210,361,071.20 บาท ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2561 คณะกรรมการตรวจการจ้างได้มีมติตรวจรับรองผลงานงวดที่ 27, 30, 39, 40, 41 และ 42 คิดเป็นเงินค่าว่าจ้างจำนวน 81,308,365.60 บาท บัดนี้ ล่วงพ้นกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างมีมติตรวจรับรองผลงานงวดที่ 27, 30, 39, 40, 41 และ 42 เป็นเวลา 6 เดือน 13 วัน บริษัทยังไม่ได้รับค่าว่าจ้างและขอความอนุเคราะห์ให้ท่านชำระค่าว่าจ้างหลายครั้งหลายหนหากแต่ท่านยังคงเพิกเฉยทำให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างมาก และปัจจุบันบริษัทกำลังให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาเอากับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องสิทธิแห่งตนตามครรลองคลองธรรมต่อไป” ลงชื่อบริษัท วีอาร์ไพล์ จำกัด ผู้รับจ้าง
ต่อมานายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯได้เรียกประชุมคณะกรรมการทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกรมอุทยานฯ จากนั้นนายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า หลังประชุมว่า บริษัทที่ขึ้นป้ายมองว่าได้รับเงินล่าช้า แต่กรมอุทยานฯไม่ได้นิ่งนอนใจ สาเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากการส่งงานมีเอกสารหลักฐานบางส่วนไม่ครบ เจ้าหน้าที่เลยไม่กล้าเบิกจ่ายให้และต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบงานด้วย กรมอุทยานฯไม่ได้ถ่วงเวลา ขณะนี้ได้เร่งรัดให้กรรมการทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับโครงการเร่งแล้ว ทั้งนี้ งานมีทั้งหมด 12 งวด บริษัทส่งงานมาแล้ว 6 งวด ได้ให้คณะกรรมการรวบรวมเอกสารทั้งหมดนำมาเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จในวันที่ 3 ม.ค.นี้ ส่วนอีก 6 งวดสุดท้าย คณะกรรมการตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รายงานการตรวจรับให้กรมทราบ ให้เร่งทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องค่าปรับด้วยวันละ 6 แสนบาทหลังสัญญาก่อสร้างสิ้นสุด ว่าจะปรับกี่วัน งดกี่วัน
เมื่อถามว่า การที่บริษัทขึ้นป้ายขนาดใหญ่ทำให้เสียหายต่อกรมอุยานฯหรือไม่ รองอธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า กรมเสียหายมาก กำลังให้นิติกรไปตรวจสอบว่าจะดำเนินการอย่างไร
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปที่บริษัท วีอาร์ไพล์ จำกัด หมู่ 13 เลขที่ 733 โชคชัย 4 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230 โทรศัพท์ 0-2362-6615 แต่ไม่มีผู้รับสาย

