เมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่ากรณีที่ พายุโซนร้อน “ปาบึก” กำลังเคลื่อนตัวทางตัวทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ โดยคาดว่าจะผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันที่ 3 ม.ค.2562 และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่าง จว.ชุมพรและสุราษฎ์ธานี ในช่วงค่ำของวันที่ 4 ม.ค.61 จะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3 – 5 ม.ค.62 ทำให้ หลายพื้นอาจเกิดอุทกภัย และมีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3 – 4 ม.ค.61 ในพื้นที่ จว.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล จะมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีรมแรง และในช่วงวันที่ 4 – 5 ม.ค.61 ในพื้นที่ จว.เพรชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎ์ธานี นครศรัธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง มีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีรมแรง ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อีกทั้งอาจจะเกิด น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่น
“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย เตรียมพร้อม ด้านการติดต่อสื่อสาร เตรียมการด้านอำนวยการ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสำหรับการปฏิบัติภารกิจ และประสานงานการปฏิบัติกับศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ บช. ภ. 7, 8, 9 ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายปกครอง และให้เตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์ช่วยเหลือ ยานพาหนะ ศูนย์ส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ และ กองบินตำรวจ สนับสนุนภารกิจจัดอากาศยานบินช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ให้สถานีตำรวจในพื้นที่ เปิดโรงพักให้บริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งจัดกำลังเฝ้าระวังมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติมประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเฝ้าระวังและตรวจสอบกรณีมีการกักตุนสินค้า เพื่อจำหน่ายในราคาที่สูงเอาเปรียบผู้บริโภค”รองโฆษกตร.กล่าว
รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติในครั้งนี้ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ผ่านทางช่องทางการรับรู้ต่างๆ เพื่อเตรียมการรับมืออย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยจะดูแลพี่น้องประชาชน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ โดยพี่น้องประชาชนสามารถแจ้งให้เหตุด่วนเหตุร้ายได้ที่สายด่วน 191 หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือสามารถแจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ได้ที่ สายด่วน บก.จร. หมายเลข 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง และ สายด่วน ตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง

