เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 3 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ทุ่งสองห้อง นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย น.ส.กัญญนันทน์ คงภัสนิธิโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติดร่วมกับชุดสยบไพรี และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง แถลงขั้นตอนดำเนินการต่อยาเสพติดของกลางที่ยึดมาได้ใน 2 คดีจากพื้นที่ จ.เชียงราย รวมจำนวนแล้วกว่า 30 ล้านเม็ด และคีตามีนอีก 60 กิโลกรัม พร้อมนำสื่อเข้าชมขั้นตอนการตรวจพิสูจน์เบื้องต้น และเปิดห้องนิรภัยที่ใช้จัดเก็บเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนให้เป็นที่ทราบว่าทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยโปร่งใส
น.ส.กัญญนันทน์ กล่าวว่า สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดมาได้นั้น คดีแรกเป็นของ สภ.เวียงชัย มียาบ้า 19 ล้านเม็ด ส่วนคดีสองเป็นของ สภ.แม่เจดีย์ มีจำนวนกว่า 10 ล้านเม็ด พร้อมคีตามีน โดยทั้งสองคดีถูกสกัดจับได้ก่อนช่วงปีใหม่ใน จ.เชียงราย ระหว่างคนร้ายลอบลำเลียงนำเข้ามาภายในประเทศผ่านช่องทางชายแดน
ส่วนขั้นตอนการดำเนินการต่อของกลางคดียาเสพติด จะมีคณะกรรมการตรวจนับจำนวนและสภาพภาชนะที่บรรจุยาเสพติดของกลาง และบันทึกรายละเอียดสิ่งห่อหุ้ม ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงลักษณะเม็ดยา สี ตราประทับ ก่อนตรวจนับจำนวนและชั่งน้ำหนัก และจัดทำบันทึกรายละเอียดคดี และของกลางทั้งหมด พร้อมลงลายมือชื่อชุดจับกุม ,พนักงานสอบสวน และผู้ต้องหาไว้เป็นหลักฐาน แล้วบรรจุของกลางทั้งหมดลงในกระสอบปิดผนึกก่อนส่งมอบให้คณะกรรมการกลาง เพื่อนำของกลางเก็บรักษาในห้องนิรภัยกลาง หรือ “ห้องมั่นคง” และเมื่อทำการตรวจพิสูจน์เสร็จก็จะนำของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ ส่งไปเก็บรักษาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำไปเผาทำลายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งต่อไป
นายนิยม กล่าวว่า ตามที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า จะมีการนำยาเสพติดกลับไปขายใหม่หรือไม่นั้น เรียนว่า ไม่มีทางที่ยาเสพติดจะถูกย้อนกลับไปขายได้อย่างแน่นอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการปิดผนึกพร้อมลงรายมือชื่อผู้ต้องหาและชุดนำจับ จากนั้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน ตรวจนับก่อนนำเข้าเก็บรักษา หากมีการตรวจนับแล้ว หายเพียงเม็ดเดียวก็ไม่ได้ ซึ่งขั้นตอนนี้รวมแล้วใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ก่อนที่จะมีคณะทำงานนำไปเผาทำลาย ไม่มีทางที่จะทำให้เกิดการเล็ดลอดรั่วไหลได้ ซึ่งทุกกระบวนการจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงาน ป.ป.ส.
“อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้เสพมีความต้องการยาน้อยลง และยังมีผู้กระทำผิดในข้อหาครอบครองหรือเสพลด รวมแล้วร้อยละ 30 แต่ผู้ขายก็พยายามกระตุ้นด้วยการนำยาบ้าเข้ามาครั้งละมากๆ ผ่านการลักลอบเข้าทางชายแดนในรูปแบบคาราวาน โดยวิธีการนี้จะลดความเสี่ยงในการขนย้ายถี่ๆ ซึ่งหากพ้นด่านได้ก็จะรอดเลย” เลขาฯ ป.ป.ส.กล่าว

