2สาวแสบ เปิดไอจีขายเครื่องสำอาง หลงเชื่อสั่งของจ่ายตังค์เปิดกล่องต้องผงะเจอแต่ขนม ตุ๋นปล่อยกู้เอาเอกสารมาโกง

4.01.19 | 17:38 น.

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 4 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงข่าวจับกุมมิจฉาชีพหลอกขายเครื่องสำอางทางอินสตาแกรม


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 100 ราย ว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางมูลค่าความเสียหายมากกว่า 300,000 บาท เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางดำเนินคดีตามกฎหมาย

“จากการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้คือ น.ส.สิริประภาภรณ์ วดีศิรานนท์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ณัฏฐินันท์ วดีศิริศักดิ์ อายุ 34 ปี มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางทางออนไลน์ โดยฝากโฆษณาทางบัญชีอินสตาแกรมชื่อ “beauticity.th” ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก เมื่อมีผู้เสียหายที่สนใจต้องการซื้อสินค้าจะให้แอดไลน์และส่งเลขบัญชีให้เพื่อชำระค่าสินค้า จากนั้นจะจัดส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งเคอรี่เอ็กเพรส ตามที่อยู่ของผู้เสียหายที่ให้ไว้ เมื่อผู้เสียหายได้รับพัสดุเปิดมาพบว่าภายในบรรจุขนมเวเฟอร์ยี่ห้อหนึ่ง ไม่พบสินค้าตามที่สั่งซื้อไว้ ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก จากการสืบสวนยังทราบว่าผู้ต้องหาได้โพสต์เฟซบุ๊ก เพื่อปล่อยเงินกู้ โดยจะนัดพบผู้เสียหายที่สนใจกู้เงินเพื่อมอบเงินตามที่ตกลงกัน และได้ขอเอกสารสำคัญ คือ สมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และบัตรประชาชนไว้เพื่อประกันการกู้เงิน จากนั้นผู้ต้องหาได้เอาเอกสารดังกล่าวไปใช้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางทางอินสตาแกรม ซึ่งมีบัญชีอินตาแกรมที่ผู้ต้องหาฝากโฆษณาเช่นนี้อีก 4 บัญชีด้วยกัน” ผบช.สตม.กล่าว

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายในความผิดฐานแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลกลวง บุคคลที่สาม หรือประชาชน มีไว้เพื่อนำออกใช้และใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไปไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน  วันที่ 3 มกราคม เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ติดตามไปจับกุมตัวน.ส.สิริประภาภรณ์ ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตห้วยขวาง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนน.ส.ณัฏฐินันท์ ผู้ต้องหาอีกรายอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว

Advertisement