วันที่ 5 มกราคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดพายุโซนร้อน “ปาบึก”สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ภาคใต้ นั้น พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์รัฐมนตรีทส. สั่งการให้หน่วยงาน ทส. คอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดทส.ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ให้เตรียมการและเฝ้าระวังเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ภาคใต้ ให้ดีที่สุด
นายประลอง กล่าว่า ทส.ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้ กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะทั้งรถยนต์และทางเรือ ในการเคลื่อนย้าย ระหว่างเกิดอุทกภัยและการฟื้นฟูภายหลังน้ำลด ให้กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดเตรียมหน่วยเคลื่อนที่สำหรับการผลิตน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค โดยจัดตั้งเป็นหน่วยเคลื่อนที่ให้ครอบคลคุมพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ ให้กรมทรัพยากรน้ำ จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและปัญหาน้ำท่วมขัง ให้กรมควบคุมมลพิษและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14-16 จัดเตรียมแผนการจัดการขยะและน้ำเสียที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภายหลังน้ำลด รวมทั้งประสานงานกับจังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เพื่อดำเนินการตามแผนดังกล่าว และมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 14 จังหวัดภาคใต้ ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานหน่วยงานของ ทส.ในจังหวัด โดยประสานและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใน ทส. ประสานจับจังหวัด อปท.รวมทั้งการรายงานการแก้ไขปัญหาให้ สป.ทส.ทราบอย่างติอเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นายประลอง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ได้รับทราบข้อสั่งการพร้อมได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติงานแล้ว ซึ่งคาดว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือและการอำนวยความสะดวกจากหน่วยงาน ทส.เป็นอย่างดี ในส่วนการจัดการเรื่องมลพิษและสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาขยะในพื้นที่ขยะเก่า- และปัญหาขยะใหม่ที่เกิดจากจากอุทกภัยรวมถึงปัญหาน้ำเสีย เราก็จะเฝ้าระวังและจัดการให้เร็วที่สุดหลังจากสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย ทั้งนี้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ให้คอยรับ ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง

