เมื่อวันที่ 9 พ.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดียักยอกทรัพย์ สหกรณ์ฯเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มี พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมคณะพนักงานสอบสวนเมื่อวันพุธ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมได้มีมติให้ออกหมายเรียกนาย นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความพระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย มาให้ข้อมูลในฐานะพยาน ในวันศุกร์ 13 พ.ค นี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เนื่องจากพบหลักฐานว่านายสัมพันธ์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองชั่น ที่ได้จากการยักยอกไปซื้อหุ้น บริษัทแห่งหนึ่งและปรากฏหลักฐานว่านายสัมพันธ์ ถือหุ้นแทนนายศุภชัย ทั้งนี้การออกหมายเรียกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกลุ่มคดีดังกล่าวเป็นอีกคดีที่นายศุภชัย กับพวกเข้าข่ายร่วมกันกระทำผิด ซึ่งมี 3 คดี คือ คดีพิเศษเลขที่ 68/2558 นายศุภชัยยักยอกทรัพย์ ได้โอนเงิน จากสหกรณ์ให้นายสถาพร วัฒนาศิริกุล จากนั้นมีการนำเงินไปซื่อที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าความเสียหายประมาณ 250 ล้านบาท ต่อคดีพิเศษที่ 70 /2558 ลักษณะเดียวกัน นำเงินจากสหกรณ์ไปซื้อที่ดินและขายต่อ มูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านบาท และคดีพิเศษที่ 99 /2558 นายศุภชัย นำเงิน 321.4 ล้านบาท โดยสั่งจ่ายเช็ค 10 ฉบับ เป็นเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไปซื้อหุ้น บริษัท เอ็มโฮมเอสพีวี 2 จำกัด มูลค่าความเสียาหายประมาณ 320 ล้านบาท ซึ่งในคดีนี้พนักงานมีชื่อนายสัมพันธ์ ทนายความของปพระธัมมชโย เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบข้อมูลว่า นายสัมพันธ์ มีหลักฐานการถือหุ้นแทน นายศุภชัย
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีกลุ่มลูกศิษย์พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายเรียกความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร เตรียมเดินทางเข้ายื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ถ้าจะมีการร้องเรียน ตามช่องทางกระบวนการรัฐ ทั้งนี้ส่วนตัวแล้วมองว่า หากพระธัมมชโยคิดว่าตนเองบริสุทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดจริง ก็อยากให้พระธัมมชโยเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะดีเอสไอมีหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะมีความผิดหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้ตัดสินเอง
“ดีเอสไอได้ออกมายเรียกให้พระธัมมชโยเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั้น ขณะนี้ทางคณพนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับการประสานจากทางพระธัมมชโยแต่อย่างใด”พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

