ทนายตั้มพาผู้เสียหายบุกกองปราบแจ้งจับ ‘อัจฉริยะ-รอง ผกก.สภ.บางปะอิน’ ฐานทำหลักฐานเท็จ

7.01.19 | 11:43 น.

จากกรณีที่นายเศรษฐ์ เดชสุภา และ น.ส.รัชนก เจริญมากสุวรรณ สองสามี-ภรรยา เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางปะอิน ภายหลังถูกนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และตำรวจยศ พ.ต.ท. ร่วมกันนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์ไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์จนเกิดความเสียหาย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 นั้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย นายเศรษฐ์ เดชสุภา ผู้เสียหาย นำเอกสารหลักฐานบันทึกประจำวัน เข้าพบกับ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และตำรวจระดับรองผู้กำกับ ยศ พ.ต.ท. หลังร่วมกันทำพยานหลักฐานทางคดีและเอกสารทางราชการอันเป็นเท็จจนเกิดความเสียหาย

นายษิทรา กล่าวว่า ภายหลังผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับนายอัจฉริยะ และ รองผู้กำกับ สภ.บางปะอิน เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 หลังถูกคัดลอกข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ไปเผยแพร่ พบว่ามีพิรุธในการลงบันทึกประจำวันย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งมีข้อน่าสงสัยหลายประการที่ผิดไปจากระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) คือ หลักฐานทางให้ระบุเรื่องร้องเรียนได้ 1 คนต่อ 1 หน้าเท่านั้น และเมื่อหมดฉบับแล้วต้องขึ้นหน้าใหม่ จะไม่มีการเขียนทับซ้อนจนเกินหน้า อีกทั้งยังมีเรื่องความไม่ต่อเนื่องของเวลา จากบันทึกในฉบับที่ 1 ลงเวลา 13.30น. แต่ข้อต่อมากลับเป็นฉบับที่ 100 พร้อมระบุเวลาเป็น 15.00น. พร้อมลงลายมือชื่อของรองผู้กำกับไว้ ซึ่งผิดไปจากระเบียบของ ตร. เช่นกัน ที่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของ ร้อยเวร หรือสิบเวรสอบสวน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าสาเหตุที่คู่กรณีร่วมกันกระทำการดังกล่าว เป็นเพราะเกรงจะมีความผิด จึงต้องทำบันทึกย้อนหลังไว้

“เอกสารที่ถูกปลอมแปลงนั้น เป็นเอกสารใบลงบันทึกประจำวันในคคี ที่ได้มีการแจ้งความลงบันทึกเอาไว้ ที่ สภ.บางประอิน แต่ได้มีการดัดแปลงข้อความ และแก้ไขข้อมูลในใบบันทึกประจำวันใหม่ ทำให้เกิดข้อมูลที่บิดเบือน และเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารราชการอย่างชัดเจน โดยสาระสำคัญของเนื้อหาเปลี่ยนไปจากที่มีผู้เสียหายแจ้งความเอาไว้” นายษิทรา กล่าว

Advertisement

นายเศรษฐ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตนได้ไปคอมเมนต์บนเพจ “กะโหลกแดง” หรือ Red Skull ในฐานะลูกเพจเท่านั้น ซึ่งเข้าใจว่าเพจนี้คงจะมีปัญหากับนายอัจฉริยะมาก่อนแล้ว จากนั้นจึงพบว่า ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของแฟนสาวของตนได้ถูกคัดลอกไปเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ และบนเฟซบุ๊ก โดยวิจารณ์รูปลักษณ์หน้าตา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันเลย ตนจึงไปปกป้องสิทธิ์ด้วยการไปแจ้งความกับตำรวจ แต่กลับพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว จึงถามว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ ตนยังถูกคนมาคอมเมนต์ข่มขู่ หมายจะทำร้ายร่างกายอีกด้วย

เบื้องต้น นายษิทรา ได้เตรียมที่จะแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันสมคบทำพยานหลักฐานเท็จ” และ “ปลอมแปลงเอกสารราชการ” กับนายอัจฉริยะ และ นายตำรวจ พ.ต.ท. รวมถึงเตรียมที่จะดำเนินการกับผู้คอมเมนต์ข่มขู่ผู้เสียหายในคงามผิดฐานหมิ่นประมาทต่อไป

ภายหลังการให้ปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนรับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดี โดยจะทำการสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป