จากกรณีนายปรัชญา อำนรรฆมณี อายุ 59 ปีหุ้นส่วนร้านนวดแผนไทยย่านพหลโยธินถูกฆ่ารัดคอด้วยสายไฟหมกห้องพักเลขที่1/34 อาคารA1ชั้นที่ 8 คอนโดวิภาวดีปาร์วิว ถนนกำแพงเพชร6 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยตำรวจพบว่าก่อนเกิดเหตุได้พาผู้ชายไปที่ห้องในช่วงปีใหม่ จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ออกจากห้องพักเกิดเหตุไปโดยนำมือถือและรถผู้ตายไปด้วย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทางญาติได้แจ้งตำรวจให้ตามหาผู้ตาย ก่อนตำรวจจะไปที่ห้องพักและพบศพดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 5 มกราคมท้องที่สน.ดอนเมือง
เมื่อวันที่ 7 มกราคม พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รองผบช.น.พร้อมเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุมนายอธิพันธ์ พิมพ์เรือง อายุ34ปี บ้านเลขที่2 ซอยรามอินทรา99 แขวงและเขตคันนายาว กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาก่อเหตุในคดีนี้ได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่ ก่อนนำตัวมาที่สน. ทั้งนี้ทางผู้ต้องหานำรถฮอนด้า เอชอาร์วี สีดำ ทะเบียน 5 กญ 8068 กรุงเทพฯ มาจอดทิ้งไว้ลานจอดรถเอกชนในซอยพหลโยธิน69/7 ซึ่งรถมาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เมื่อผู้ต้องหาเดินมาเอารถแล้วถึงถูกจับกุมดังกล่าวก่อนไปค้นที่หอพัก
รายงานการสืบสวนพบว่าทางญาติได้เข้าแจ้งความเมื่อวันที่4 มกราคม ว่าผู้ตายหายตัวไป จนวันที่5 มกราคมถึงประสานทางตำรวจให้ไปค้นที่ห้องพักดังกล่าว จึงพบศพ จากนั้นทางญาติส่งข้อมูลทางไลน์ให้ตำรวจว่าไลน์ของผู้ตายมีการแชทไปหาแม่ผู้ตายเพื่อขอยืมเงิน30,000บาท โดยอ้างว่าตอนนี้อยู่ที่พัทยา และกระเป๋าเงินหาย จึงขอยืมเงิน แต่ทางแม่ผู้ตายเอะใจเพราะไลน์มีการใช้คำว่าลูก ซึ่งปกติผู้ตายไม่ใช้ จึงไม่โอนเงินไปให้ ทางไลน์ผู้ตายยังมีการขอยืมเงินเพื่อนในกลุ่มไลน์ แต่ทางเพื่อนก็ยังไม่โอนเงิน จึงมีการโพสต์ภาพก่อสร่างโบสถ์ในไลน์ และให้บัญชีชื่อผู้ต้องหามา จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงต้องใช้บัญชีคนอื่น ไม่ใช้บัญชีผู้ตาย จึงส่งข้อมูลให้ตำรวจตรวจสอบ ก่อนที่จะนำมาซึ่งการสอบสวนจนจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด
จากการสอบปากคำเบื้องต้นทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าที่ลงมือฆ่าเพราะโมโหเพราะทะเลาะกับผู้ตาย ที่ผ่านมาก็คบหากับผู้ตายเข้าออกคอนโดมิเนียมเกิดเหตุอยู่เป็นประจำเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นและชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุอีกด้วย

เมื่อเวลา12.00น.เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่คอนโดมิเนียมจุดเกิดเหตุ โดยสภาพห้องยังมีกลิ่นเหม็นและพกอุปกรณ์เสพยาไอซ์ เข็มฉีดยา กระดาษฟลอยด์ ทางผู้ต้องหาได้จำลองเหตุฆาตกรรม โดยผู้ตายนอนคว่ำหน้า จึงได้ใช้สายแลนอินเทอร์เน็ตรัดคอจนตาย แล้วหยิบทรัพย์สินมือถือและขับรถไปเที่ยวจ.นครสวรรค์ นำมือถือผู้ตายไปขาย ก่อนจะกลับมาที่หอพักย่านสะพานใหม่และถูกจับกุมในที่สุด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ทำงานพนักงานสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ตนเคยแต่งงานอยู่กันกินกับแฟนเก่าที่เป็นผู้ชายได้1ปี ที่จ.อุดรธานีแล้วเลิกรากันไป โดยมีคนแนะนำให้รู้จักกับผู้ตายตั้งแต่วันที่28 มกราคม 2560 ก่อนคบกับผู้ตายได้1อาทิตย์ วันเกิดเหตุได้มาห้องพักคนตายและร่วมเสพยาไอซ์ด้วยกัน แต่เมื่อตนจะกลับบ้านช่วงปีใหม่ ผู้ตายไม่ยอมเพราะกลัวตนจะกลับไปหาแฟนเก่า จึงหึงหวงและขู่บอกจะแจ้งตำรวจจับกุมที่เสพยาไอซ์ เมื่อผู้ตายเสพยาจนหลับ จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุใช้เวลาเพียง10นาทีเท่านั้น เพราะกลัวว่าจะโดนตำรวจจับที่เสพยา ก่อนจะหยิบทรัพย์สินไปเพราะไม่มีเงิน


