

เวลา13.50น. ร.ต.ท.หญิง ศศิพันธ์ คงเอียด รองสว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุตึกถล่มที่ปากซอยรามคำแหง51/2 ถนนรามคำแหงขาออก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงพื้นที้ตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก ร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง และเจ้าหน้าที่เขตบางกะปิ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ร้างไม่มีเลขที่ สูง 4 ชั้น เนื้อที่ 4 คูหา ถล่มพังกันสาดล้ำเข้ามาในฟุตบาท โดยเมื่อสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า จุดดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมไว้เพื่อทำการรื้อถอนก่อสร้างเป็นปล่องรถไฟใต้ดินสถานีมหาวิทยาลัยรามคำแหง อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ก่อนหน้านี้ได้ทำการเวนคืนตึกดังกล่าวซึ่งปล่อยทิ้งไว้ เริ่มดำเนินการในเดือนธันวาคม ปี2560 มีการส่งรถแบกโฮขนาดเล็กรื้อถอนผนังอาคารด้านหลัง โดยช่วงนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำรถแบกโฮขนาดใหญ่เพื่อรื้อถอนส่วนที่เหลือ เริ่มดำเนินการเมื่อวานนี้เป็นวันแรก ก่อนจะถล่มลงมาเริ่มจากรื้อถอนทุบตึก ใช้คนงาน 9 คน ก่อนเกิดเหตุอยู่ระหว่างทำการรื้อถอนจากด้านใน ตัวระเบียงแผ่นปูนของชั้น 2 รับแรงกระแทกไม่ไหวหลุดมากระแทกกันสาดถล่มลงมา โดยระหว่างรื้อถอนนั้น ทางเดินฟุตบาทหน้าอาคารไม่อนุญาตให้มีคนเดินผ่านเด็ดขาด ต้องไปเดินตรงถนน ผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างเดินผ่าน จึงถูกเศษซากตกใส่
พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า จากเหตุนี้ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.โสภิตา ทองเกิด อายุ23ปี และ น.ส.นภาพร ศรีบุญเรือง อายุ 54 ปี เป็นประชาชนเดินริมถนนโดนเศษอิฐเศษปูนหล่นใส่ ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำพยานทุกคน และทางเขตบางกะปิสั่งให้หยุดการดำเนินการรื้อถอนชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีคำสั่งจากเขตว่าจะให้เริ่มดำเนินการเมื่อใด ตอนนี้จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจว่าโครงสร้างอาคารทั้งหมด รวมถึงอาคารใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองสามารถเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้รับผิดชอบโครงกาได้ ทั้งนี้ตำรวจจะตรวจสอบว่าการรื้อถอนนั้นทำถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ส่วนการแจ้งข้อหานั้น จะต้องทำสอบปากคำทุกฝ่ายเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ให้สัมภาษณ์ว่า การรื้อถอนอาคารดังกล่าวมีการขออนุญาตตามขั้นตอน แต่กระบวนการรื้อถอนที่ทำให้เศษวัสดุตกหล่นลงมาเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บไม่มาก คาดว่าพักรักษาตัวไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะต้องดูว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่ และได้ดำเนินการรื้อถอนตามขั้นตอนหรือไม่
เบื้องต้นทราบว่า สาเหตุเกิดจากการรื้อถอนทำให้กำแพงชั้นบนสุดหล่นมาทับชั้นที่ 2 และ 3 ส่วนเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องรอสอบปากคำในรายละเอียด ทั้งวิศวกรรมเขต และเจ้าหน้าที่โยธา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า ต้นตอเกิดจากอะไร
“สำหรับอาคารดังกล่าวเป็นอาคารเก่า และถนนมีการขยายฟุตบาธใกล้เคียงกับแนวอาคารชั้น 2 และ 3 การรื้อถอนก็ยากลำบาก บางครั้งกระทบส่วนหนึ่งแล้วอาจทำให้ส่วนอื่นทลายลงมาได้ อาจเป็นความประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ และจะเข้าข้อกฎหมายอย่างไร “ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวและว่า สำหรับผู้บาดเจ็บนั้น สามารถเรียกร้องสิทธิได้ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ขณะนี้ทราบในรายละเอียดจากทั้งนายจ้าง ผู้รับเหมา และคนงานก่อสร้างแล้ว ทั้งนี้ได้ให้ยุติการรื้อถอนทันที นอกจากนี้ตัวอาคารใกล้เคียงซึ่งเป็นธนาคารออมสิน ได้รับผลกระทบบริเวณชั้น 2 และ 3 ไม่สามารถขึ้นไปใช้งานได้ ส่วนชั้น 1 สามารถใช้ทำการได้ชั่วคราว จึงได้ขอความร่วมมือให้ทางเขตและวิศวกรรมของเขตบางกะปิออกหนังสือให้เจ้าของอาคารที่เกี่ยวข้องทราบ โดยในอนาคตอาจต้องหยุดทำการชั่วคราวต่อไป





