‘ไพบูลย์-เครือข่ายพุทธฯ’ ยื่นหนังสือ ‘อธิบดีดีเอสไอ’ ให้ดำเนินคดี ‘ธัมมชโย’ ถึงที่สุด

10.05.16 | 12:07 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมด้วย นพ.มโน เลาหวณิช อดีตผู้อำนวยการสำนักการศึกษาและสำนักวิเทศสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศ วัดพระธรรมกาย ร่วมกับเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา และตัวแทนกลุ่มสมาชิกผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุดแก่พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานร่วมกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาฉ้อโกงเงินฝากของประชาชน พร้อมทั้งมอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้อธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอที่กำลังทำคดีดังกล่าวอยู่ โดยมี พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้รับหนังสือ

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตามที่ดีเอสไอได้สอบสวนแล้วเห็นว่าพระธัมมชโย ได้ร่วมกับนายศุภชัย กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ซึ่งเข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงเงินฝากของประชาชนนั้น เป็นการดำเนินการตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมกับสมาชิกสหรณ์ฯที่ได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น คดีใดก็ตามหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินฝากของประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมและฝ่ายกฎหมายที่จะต้องดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ร่วมกันกระทำผิดทุกคนมาลงโทษให้ถึงที่สุดให้ได้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ที่ดูแลเงินฝากของประชาชนต่างๆ จะได้ไม่กล้ากระทำการฉ้อโกง ซึ่งทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อนและได้รับความเสียหายอย่างเช่นสหกรณ์ฯ

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้แนบหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าสัญญาที่กรรมการสหกรณ์ฯได้ทำร่วมกับกองทุนศิษย์ของพระธัมมชโย เป็นสัญญาที่มีลักษณะไม่ได้ให้ประโยชน์กับประชาชนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นสัญญาสมยอมช่วยเหลือพระธัมมชโย เพื่อให้พ้นจากการรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา ทั้งที่คดีอาญานั้น ทางสหกรณ์ฯไม่มีสิทธิ์ไปทำเรื่องสมยอม ส่วนคดีแพ่งพระธัมมชโยกับวัดพระธรรมกายมีทรัพย์สินที่สามารถบังคับคดีได้ เพื่อนำมาชดเชยให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯผู้เสียหาย เป็นจำนวนเงินหลาย 10,000 ล้านบาท

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า แต่กลับไปทำสัญญายอมกันด้วยจำนวนเงินที่ไม่มาก อีกทั้งเงินดังกล่าวยังมีเงื่อนไขในสัญญาผูกพันลักษณะสำรองจ่าย ซึ่งสหกรณ์ฯอาจถูกเรียกเงินดังกล่าวคืนจากกองทุนของลูกศิษย์วัดพระธรรมกายด้วย ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับผู้เสียหาย และทำให้เสียประโยชน์ ตนพร้อมเครือข่ายจึงนำหลักฐานดังกล่าวมายื่นให้อธิบดีดีเอสไอ เพื่อนำไปพิจารณา ทั้งนี้ ตนอยากทราบว่ากรรมการสหกรณ์ฯที่ทำงานในห้วงเวลาที่ทำให้เกิดความเสียหาย ทำไมจึงไม่ถูกดำเนินคดีในฐานะร่วมกันฉ้อโกงเงินฝากของประชาชนด้วย

“จึงเรียกร้องให้ดีเอสไอดำเนินการอย่างถึงที่สุดและจริงจัง แม้จะมีลูกศิษย์วัดบางส่วนออกมายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศเพื่อให้ถอนฟ้องคดีดังกล่าว โดยอ้างว่า สหกรณ์ฯได้ถอนฟ้องแล้ว แต่ความจริงคือยังไม่มีการถอนฟ้องใดๆ เลย” นายไพบูลย์ กล่าว

Advertisement

13187885_1095428247185372_1193178881_n

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ และนำไปยื่นให้กับอธิบดีดีเอสไอ เพื่อพิจารณาและดำเนินการสั่งการให้กับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศหลังการเดินทางเข้ายื่นหนังสือดังกล่าวแล้ว ทางเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา และกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ฯ ได้มอบช่อดอกไม้ให้กับรองอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทุกคน เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน และเอาตัวผู้กระทำผิดในคดีดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดให้ได้ ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้อง และบก.น.2 ประมาณ 1 กองร้อย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย