‘ทนายรณณรงค์’ พาครอบครัวร้องกองปราบ ลูกสาววัย 16 ถูกโจ๋ญาตินักการเมืองท้องถิ่นรุมโทรมคดีไม่คืบ

8.01.19 | 10:55 น.

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 8 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวชาวประมงจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.แสงชัย เหล่ากิจรุ่งเรือง รอง ผกก.สอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม กรณี น.ส.เอ บุตรสาวอายุ 16 ปี ถูกกลุ่มเยาวชน 3 คน ร่วมกันรุมโทรมในห้องน้ำสาธารณะริมชายหาดชะอำ ซึ่งทางครอบครัวได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า


นายรณณรงค์กล่าวว่า ภายหลังจากเกิดเหตุขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ครอบครัวผู้เสียหายแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทราบรายชื่อผู้กระทำผิดครบถ้วนแล้ว แต่กลับไม่มีการเรียกตัวทั้งฝ่ายผู้กระทำผิดและผู้เสียหายเข้าสอบปากคำ หรือแม้แต่นำผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามกฎหมายแต่อย่างใด

โดยวันนี้ได้นำหลักฐานภาพวงจรปิด ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ และเสื้อผ้าที่เด็กหญิงผู้เสียหายสวมใส่ในวันเกิดเหตุ มาเป็นหลักฐานในการยื่นของความเป็นธรรม พร้อมขอให้กองปราบนำเสื้อผ้าผู้เสียหายไปตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในโรงพักท้องที่ทราบว่าตนจะพาครอบครัวผู้เสียหายมาแจ้งความที่กองปราบ ก็เพิ่งจะโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาให้เข้าไปทำการสอบปากคำกับโรงพักท้องที่ จึงจะขอให้ทำการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนด้วย

Advertisement

ด้านมารดาของผู้เสียหาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้กระทำผิดได้พยายามที่จะเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมเสนอเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อยุติการแจ้งความ โดยมีร้อยเวรนายดังกล่าวเป็นตัวกลางที่จะเจรจาด้วย แต่ตนได้ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการเงิน จึงทำให้ร้อยเวรเกิดความไม่พอใจ ใช้ถ้อยคำไม่ดีด่าทอกล่าวหาว่าทำให้เสียหน้า และยังนำชื่อของลูกสาวไปเผยแพร่บนสื่อออนไลน์สร้างความเสียหายต่อตัวเด็กและครอบครัว

“ผู้กระทำผิดเป็นเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาวที่เรียนมาด้วยกัน โดยลูกสาวเล่าว่า ในวันเกิดเหตุพวกเขาพยายามที่จะมอมเหล้า แต่ไม่ยอม ยืนยันว่าลูกเป็นคนไม่ดื่มสุรา และในวันเกิดเหตุก็มีเพื่อนผู้หญิงของลูกไปอีกด้วย” มารดาผู้เสียหายกล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ดำเนินการเพื่อนำเข้าสู่ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน พร้อมรายงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป