เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานประชุมคณะทำงานปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินการให้สอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานภาคประมง พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007) ซึ่งไทยมีกำหนดจะลงนามรับอนุสัญญา ในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ โดยที่ประชุมรับทราบผลการหารือร่วมกับชาวประมง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 และรับทราบร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน รวม 24 คน เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ปัจจัย ศึกษาปัญหาความซ้ำซ้อนของข้อกฎหมาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายในกิจการประมงในปัจจุบัน เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพัฒนาหรือปรับปรุงกฎหมายในความรับผิดชอบให้สอดคล้องกับวิถีการทำประมงในประเทศไทย และการทำประมงที่ยั่งยืน โดยร่างคำสั่งคณะทำงานดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาลงนาม
นายจรินทร์ เปิดเผยว่า ผลการประชุมวันนี้ เป็นที่น่าพอใจ จากข้อเรียกร้องของสมาคมประมง 22 จังหวัดชายทะเล 14 ข้อ อาทิ การกำหนดให้จ่ายเงินเดือนผ่านตู้เอทีเอ็ม เป็นการสร้างภาระให้กับนายจ้าง นิยามของเรือประมงเพื่อยังชีพยังไม่ชัดเจน เรือประมงพื้นบ้านจะต้องถูกบังคับใช้ตามกฎหมายด้วยหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งจะมีการปรับปรุงให้ตามข้อกังวล
“ยืนยันว่าชาวประมงเฮได้ทุกข้อ เพราะคุยกันได้ทุกเรื่อง และมีการรับข้อเสนอแนะอื่นเพิ่มเติมด้วย การออกประกาศออกกฎระเบียบของแต่ละหน่วยราชการที่ทับซ้อนกัน ก็จะมีการไปทำให้ชาวประมงทำงานได้คล่องตัวขึ้น เรื่องไหนที่ชาวประมงกังวลได้เคลียร์กันทุกประเด็น โดยจะมีการสรุปผลการประชุมนี้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก่อนจะมีการประชุมร่วมคณะทำงานชุดใหญ่อีกครั้ง คาดว่าจะเป็นวันที่ 24 มกราคมนี้ โดยจะมีสมาคมประมง 22 จังหวัดร่วมประชุมด้วย” นายจรินทร์ กล่าว
สำหรับข้อกังวลที่มีการหารือจนได้ข้อยุติในที่ประชุม อาทิ 1.การเปิดโอกาสให้สามารถซื้อประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ควบคู่กับประกันของภาคเอกชน ทดแทนการเข้าอยู่ในระบบของประกันสังคม แนวทางแก้ไขให้เข้าประกันสังคมได้ โดยจ่ายเงินสมทบรายเดือนร่วมกันระหว่างเจ้าของเรือกับแรงงาน ในอัตราร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ซึ่งจะได้รับการคุ้มครอง 3 กรณี (ขาดรายได้จากการเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต) กรณีเจ็บป่วยให้ซื้อประกันสุขภาพจาก สธ.ให้ซื้อประกันสุขภาพของ สธ. ควบคู่กับประกันของเอกชนได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
2.นิยาม “เรือประมงที่ทำการประมงเพื่อการค้า” ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเรือประมงพื้นบ้านจะต้องถูกบังคับใช้ตามกฎหมายด้วยหรือไม่ แนวทางแก้ไข ออกประกาศกรมประมงกำหนดขนาดเรือที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. …ไม่บังคับใช้กับเรือประมงพื้นบ้าน หรือ เรือขนาดน้อยกว่า 10 ตันกรอส หรือเรือที่มีการจ้างแรงงานน้อยกว่า 5 คน 3.ปัญหาการจ่ายค่าจ้างผ่านบัญชีธนาคาร/ตู้เอทีเอ็ม สร้างภาระให้กับนายจ้าง/ลูกจ้าง เสนอให้แก้ไขกฎหมายให้สามารถจ่ายเป็นเงินสดและจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าได้ แนวทางแก้ไข ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ไปพิจารณาเสนอแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 มาตรา 76 ให้เป็นคุณกับแรงงานและผู้ประกอบการกิจการประมง เป็นต้น


