พ่อแม่ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่า’น้องต้าแง’ร้องกองปราบ-ตร. ยันลูกเป็นออทิสติก เชื่อมีจัดฉากนำศพเด็กทิ้งคู

9.01.19 | 15:36 น.

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายสมจิต ฉิมมา อายุ 63ปี และ นางพยุง สร้อยทอง อายุ 70 ปี พ่อแม่ของนายทองขวัญ ฉิมมา หรือฝน ผู้ต้องหาในคดีพรากผู้เยาว์ เด็กชายซูลุยผิว ชาวเมียนมาร์ วัย 2 ขวบ ที่หายตัวไปก่อนถูกพบเป็นศพในป่า จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เพื่อขอให้เข้ามาช่วยทำคดีใหม่ทั้งหมด หลังมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสอบสภ.สระยายโสม เจ้าของคดี


นายอนันต์ชัย กล่าวว่า จากการพูดคุยกับครอบครัวนายทองขวัญ พบว่า นอกจากนายทองขวัญจะเป็นผู้พิการทางสติปัญญาแล้ว ยังพิการทางการเรียนรู้ และเป็นออทิสติก ทำให้นายทองขวัญมีอายุสมองเท่ากับเด็ก5 ขวบ ประกอบกับนายทองขวัญไม่เคยไปบริเวณไร่อ้อยที่เกิดเหตุ และระยะทางจากวัดไปถึงจุดพบศพเด็กชายวัย2 ขวบ ไกลถึง 3.4 กิโลเมตร และไกลจากบ้านของนายทองขวัญ 1.5 กิโลเมตร อีกทั้งระหว่างทางเป็นป่าอ้อย ทางคดเคี้ยวหลายแยก หากนายทองขวัญไปจริง เชื่อว่าไม่มีทางกลับบ้านถูกแน่นอน ประกอบกับพฤติกรรมของนายทองขวัญชอบขี่รถจักรยานเวลาไปมาไหน และรักรถจักรยานมาก ไม่มีทางทิ้งรถจักรยานและจูงเด็กชายไปแน่นอน แต่หากวิเคราะห์ว่าให้เด็กชายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีที่นั่งซ้อนท้าย

นายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบพิรุธทางคดีหลายส่วน พบการทำลายสถานที่โดยการลอกคูน้ำขึ้นมาทั้งหมด ทันทีหลังพบศพเด็กชาย ขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตว่าขณะที่พนักงานสอบสวนนำตัวนายทองขวัญชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีการใช้คำถามชี้นำ จนทำให้นายทองขวัญตอบเพียงคำว่า “อื้อ” เนื่องจากเป็นเด็กออทิสติก ประกอบกับพนักงานสอบสวนไม่มีการเรียกพยานจำนวน8 ปากที่สามารถยืนยันที่ว่านายทองขวัญไม่อยู่กับเด็กชาย2ขวบในวันเกิดเหตุ จนกระทั่งชาวบ้านออกมาประท้วงกดดัน ทำให้ พนักงานสอบสวนเรียกสอบพยานปากคำเพียง 5 จาก8 ปาก ซึ่งในพยานอีก 3 ปากที่ไม่เรียกสอบปากคำนั้น มีพระสงฆ์จำนวน 2 รูป โดยพนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่า ไม่สามารถเชื่อถือได้ เนื่องจากนายทองขวัญเป็นลูกศิษย์ของวัด นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังให้เหตุผลที่ไม่เรียกพยาน8 ปากมาสอบว่า ชาวบ้านไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ในช่วงวันที่ 17-25 ธันวาคม ได้ ซึ่งในความเป็นจริง ชาวบ้านสามารถจดจำเหตุการณ์ได้ เนื่องจากวันที่ 16 เป็นวันที่ประกาศ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล และมีเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกรางวัล จึงมีการจัดเลี้ยงในวันที่ 17 ธันวาคม ทำให้มีพยาน จดจำได้ว่านายทองขวัญ ร่วมกินก๋วยเตี๋ยวและอยู่ในวัดในวันที่เกิดเหตุ

“ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการจัดฉาก น่าจะมีการเสียชีวิตจากจุดอื่น ก่อนจะนำศพมาทิ้งในจุดที่พบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยมีการค้นหาในพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้งแต่กลับไม่พบศพ แต่เมื่อกระแสสังคมเริ่มรุนแรงขึ้น กลับพบศพในจุดดังกล่าวและใกล้จะยุติการค้นหา กลับพบศพเด็กชายวัย 2 ขวบในจุดดังกล่าว ขณะที่ผลนิติวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า เด็กชายวัย2 ขวบไม่ได้เสียชีวิตจากการจมน้ำ แต่ในจุดเกิดเหตุกลับมีคูน้ำจึงตั้งข้อสังเกตว่าขัดแย้งกับข้อเท็จจริง” นายอนันต์ชัย กล่าว

Advertisement

ด้านนายสมจิต พ่อนายทองขวัญ กล่าวว่า ลูกเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากลูกไม่เคยออกนอกเส้นทางจากวัดกลับบ้าน ซึ่งมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และหลงหาทางกลับบ้านไม่ถูก ประกอบกับนายทองขวัญลูกชายมีอาการลมชัก ต้องกินยาสม่ำเสมอ โดยหลังจากนี้ ทางครอบครัวจะไปร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยชุดพนักงานสอบสวนที่ทำคดี ในช่วงบ่ายวันนี้ต่อไป

เวลา13.40 น. นายอนันต์ชัย นำนายสมจิต และนางพยุง สพ่อแม่ของนายทองขวัญ ฉิมมา หรือนายฝน เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกร้องให้มีคำสั่งเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน จาก สภ.สระยายโสม ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามรับผิดชอบแทน และรื้อคดีสืบสวนสอบสวนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายตัวจริงที่ทำให้เด็กชาย ซูลุยผิว หรือ น้องต้าแงเสียชีวิตในไร่อ้อย โดยมี พ.ต.อ.ธวัชศักดิ์ โปตระนันทน์ ผบก.อก.สทศ. ในฐานะนายตำรวจหัวหน้าเวรอำนวยการ รับเรื่องเพื่อส่งต่อให้พิจารณา

นายอนันต์ชัย กล่าววว่า ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนพนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม ฐานบกพร่องต่อหน้าที่ ไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนแถลงข่าวและออกหมายจับนายฝน ข้อหาพรากผู้เยาว์ เนื่องจากคดีมีการสอบสวนโดยชี้นำพยานให้เป็นไปตามความต้องการของพนักงานสอบสวน และละเว้นสอบสวนพยานบางปาก

นอกจากนี้ยังขอให้ ผบ.ตร. สั่งสอบสวนว่า พนักงานสอบสวนมีการดำเนินคดีกับเจ้าของไร่อ้อย ของบิดาและมารดาน้องต้าแงหรือยัง หากยัง ก็ขอให้ดำเนินคดี และตั้งกรรมการสอบสวนพนักงานสอบสวนที่ละเว้นกรณีดังกล่าว ทั้งทางวินัยและอาญา

ทั้งนี้ ยืนยัน นายฝนไม่ใช่ผู้พาน้องต้าแงไปเล่นน้ำ จนเสียชีวิต การตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์นั้นต้องพิจารณาจากเจตนา แต่กรณีนี้ไม่มีพฤติการณ์บ่งบอก เชื่อว่าน้องต้าแงเพียงการออกไปเล่นนายฝน ซึ่งมีอายุสมองพอ ๆ กันเท่านั้น