ตำรวจขอแจง! ยันเห็นด้วยใบขับขี่4.0 ชี้กม.บางข้อขัดกัน ระหว่างนี้ให้ใช้คู่กันไปพลาง

15.01.19 | 13:33 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบช.ศ.) ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร กล่าวถึงกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศใช้งานระบบใบขับขี่ดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน DLT QR Lincence ซึ่งจะเริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรก ว่าตำรวจมีความเห็นด้วยที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาใช้ในระบบเพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน แต่ขณะนี้ยังต้องขอเวลาในการปรับแก้กฎหมายก่อน เนื่องจากเป็นการขัดกันแห่งกฎหมายระหว่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จึงต้องยกเลิกการเก็บบัตรพลาสติก หรือใบขับขี่แบบเดิมก่อน ไม่เช่นนั้น หากจะเก็บใบขับขี่ใหม่ก็หมายความว่าจะต้องยึดโทรศัพท์มือถือไปด้วย ซึ่งทำไม่ได้ ต้องขอย้ำว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เห็นด้วยกับระบบการใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อย่างยิ่ง


“ส่วนอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น จะปฏิบัติได้ตามมาตรา 140 วรรค 3 เพื่อออกใบสั่งหรือกล่าวตักเตือนผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิด แต่หากปฏิเสธไม่ทำตามก็จะเข้าข่ายความผิดในมาตรา 142 วรรค 2 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กักตัวผู้ขับขี่ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตามมาตรา 154” พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว และว่า

สำหรับตัวแม่บทกฎหมายดังกล่าว ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีความเห็นชอบแล้ว ในวันที่ 17 มกราคมนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะนำเข้าสู่ที่ประชุมในวาระแรกเพื่อแจ้งให้ทราบต่อไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนกว่าที่จะนำมาประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ โดยระหว่างนี้ทางตำรวจก็จะขอชะลอการใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ไปก่อน หรืออาจให้ใช้ควบคู่กับใบขับขี่เดิม ส่วนเรื่องการสวมบัตรนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับบัตรประชาชนตามเลข 13 หลัก