ทช.ตั้งทุ่นกักขยะปากแม่น้ำสายอ่าวไทย พบร้อยละ80จากบกไหลลงทะเล

17.01.19 | 17:22 น.

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ดิไอเดิ้ล เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี นายจตุพร บุรุพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นประธานการประชุมการจัดการปริมาณขยะลอยน้ำบริเวณปากแม่น้ำสายหลักโดยทุ่นกักขยะ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะทะเล หน่วยงานภาคเอกชน และกลุ่มเครือข่ายภาคีจากพื้นที่แม่น้ำสายหลัก ได้แก่ จ.ระยอง จ.ฉะเชิงเทรา จ.สมุทรสาคร จ.เพชรบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.สตูล จ.พังงา และจ.ภูเก็ต กว่า 120 คน เข้าร่วมประชุม

นายจตุพร กล่าวว่า ปัจจุบันขยะกลายเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ จากข้อมูลขยะมูลฝอยของประเทศไทยในปี 2559 มีปริมาณ 27.06 ล้านตัน/ปี คิดเป็น 74,130 ตัน/วัน และคิดเป็น 1.14 กก./คน/วัน ขยะมูลฝอยเหล่านี้มีบางส่วนที่ไม่ได้รับการจัดการและกลายเป็นแหล่งกำเนิดของขยะทะเล โดยขยะทะเลจะมีแหล่งกำเนิดจากบนบกร้อยละ 80 ผ่านปากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล จากผลการศึกษาปริมาณขยะปากแม่น้ำของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน โดยการติดตั้งทุ่นกักขยะบริเวณปากแม่น้ำสายหลักพื้นที่ 5 ปากแม่น้ำบริเวณอ่าวไทยตอนบน ได้แก่ แม่น้ำบางตะบูน แม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง ในปี 2558-2560 พบขยะทะเลลอยน้ำ ที่ผ่านปากแม่น้ำที่ความลึก 2 เมตร ในช่วงเวลา 24 ชม. ในช่วงน้ำลงมีจำนวนรวม 79,427 ชิ้น น้ำหนักรวม 1,308 กก. และช่วงน้ำขึ้นมีจำนวนรวม 55,824 ชิ้น น้ำหนักรวม 737 กก. แสดงให้เห็นถึงบริเวณปากแม่น้ำเป็นทางออกของมวลขยะจำนวนหนึ่งผ่านทางแม่น้ำลำคลองลงสู่ทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบกับทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งได้

 

Advertisement

นายจตุพร กล่าวว่า ปัญหาขยะเหล่านี้ยังส่งผลต่อการตายของสัตว์ทะเลหายาก เพราะสัตว์เข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร โดยในปี 2560 มีสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบจากขยะทะเลถึงร้อยละ 16 นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น ปะการัง ป่าชายเลน ชายหาด มีผลทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยน และทำลายสัตว์ทะเลโดยทำให้เกิดการแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นโดยการติดมากับขยะที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ ขยะอวนแหทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน นอกจากนี้ผลกระทบของขยะบริเวณชายหาดยังส่งผลในด้านของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ทะเลและมนุษย์ได้รับบาดเจ็บจากขยะบริเวณชายหาด หรืออาจได้รับสารพิษจากขยะเหล่านั้น รวมถึงประเด็นของไมโครพลาสติกด้วยเช่นกัน

“การติดตั้งทุ่นกักขยะจะช่วยดักขยะที่ถูกพัดพามาบริเวณปากแม่น้ำสายหลัก ซึ่งทช.ยังสามารถนำขยะที่ได้มาศึกษา วิเคราะห์ และจำแนกตามหลักวิชาการด้วยวิธีมาตรฐานสากล เพื่อให้ทราบข้อมูลประเภทและปริมาณขยะนำไปใช้เป็นข้อมูลศึกษาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดต่อทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของทุ่นกักขยะซึ่งเป็นรูปแบบนำร่องเพื่อพิจารณาขยายผลในพื้นที่อื่นๆ เพื่อดูแลรักษาทรัพยากรและระบบนิเวศดังกล่าวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินโครงการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป “นายจตุพร กล่าว