เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้แทนรัฐบาลในการแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยถึงสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้หลังเหตุคนร้ายบุกกราดยิงสังหารพระสงฆ์ วัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อค่ำวันที่ 18 มกราคม ว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการตอบโต้การปฏิบัติเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ ที่บุกจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทันท่วงที เหตุการณ์ระเบิดที่แหลมสมิหลาจังหวัดสงขลาสามารถวิสามัญคนร้าย 2 ราย จับกุมได้ 4 ราย และเชิญสอบสวน 11 คน ที่เหตุกราดยิง สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตานี ที่มีตำรวจเสียชีวิตหนึ่งนาย สามารถจับกุมคนร้าย 3 คน รู้ตัวคนร้ายอีก 3 คน โดยการก่อเหตุที่วัดโคกโกครั้งนี้มีรายงานว่าตำรวจภูธรภาค 9 รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 5 คน จากผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่เคลื่อนไหวในอำเภอสุไหงปาดีและสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นปฏิบัติการที่ต้องการแสดงศักยภาพของคนร้ายว่าสามารถก่อเหตุได้แม้เจ้าหน้าที่มีปฏิบัติการเชิงรุก ต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ แต่เบื้องต้นไม่ใช่คนร้ายคนเดียวกันที่ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดสงขลาและปัตตานีก่อนหน้านี้ เนื่องจากพื้นที่ห่างกัน และยืนยันการพิสูจน์ทราบคนร้ายมีพยานหลักฐาน ไม่มีการปรักปรำหรือจับผิดตัว
นายภาณุกล่าวว่า ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีการข่าวแจ้งเตือนว่าคนร้ายจะตอบโต้ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่โดยเลือกเป้าหมายเป็นกลุ่มที่อ่อนแอซึ่งวัดก็เป็นเป้าหมายหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุพิกัดว่าจะเป็นที่ไหนอย่างไร ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐมีความพยายามในการป้องกันมาโดยตลอด กรณีวัดโคกโกเป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ค่อนข้างล่อแหลมเนื่องจากติดเชิงเขา ปกติจะมีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านประจำอยู่ในช่วงดึก แต่ตอนเกิดเหตุยังเป็นช่วงหัวค่ำทำให้กำลังเจ้าหน้าที่ยังไม่เต็มพื้นที่ โดยการก่อเหตุฆ่าพระสงฆ์ในครั้งนี้คนร้ายมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างผู้นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามในพื้นที่ เพราะฉะนั้นขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อ ยืนยันว่าพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐอย่างดี หลายครั้งที่เบาะแสการก่อเหตุของคนร้ายได้จากประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 มกราคม นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมประธานอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด จะเดินทางมาเยี่ยมศพพระสองรูปและเยี่ยมพระที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจประชาชน ส่วนกลางก็ไม่ได้มีคำสั่งห้ามพระในพื้นที่บิณฑบาตเนื่องจากเป็นกิจของสงฆ์ แต่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงและล่อแหลมก็ให้พิจารณารูปแบบเพื่อความปลอดภัยเช่นให้พุทธศาสนิกชนตักบาตรที่วัด

