เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สั่งอายัดการชำระเงินค่าเสียหายให้กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี งวดที่ 2 ในวันที่ 21 พฤษภาคม และงวดที่ 3 ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ว่า ยืนยันว่าที่ผ่านมา ทส. ทำตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ให้จ่ายเงินที่ค้างชำระกับกิจการร่วมค้าฯ ซึ่งศาลตัดสินออกมาแล้ว กระทรวงไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไม่ทำตามคำตัดสินหรือคำสั่งศาล ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนก็ได้ร่วมประชุมกับ ปปง.เกี่ยวกับกรณีการจ่ายค่าเสียหายในกรณีคลองด่าน ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อตกลงกันว่าเรื่องนี้จะไม่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใด ปปง.จึงออกมาแถลงข่าว อย่างไรก็ตาม ทาง ทส.ยืนยันว่าจะต้องจ่ายเงินให้กับกิจการร่วมค้า ยกเว้นจะมีมติ ครม.ออกมาว่ากระทรวงไม่ต้องจ่ายเงินงวดต่อไปหรือพักการจ่ายค่าเสียหายไว้ก่อน โดยตนคิดว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) คงมีความชัดเจนก่อนวันที่ 21 พฤษภาคม นี้ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดต้องชำระเงินงวดที่ 2
ด้านนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคณะ กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กมธ.ได้มีมติเสนอให้รัฐบาลระงับการจ่ายเงินค่าเสียหายกรณีคลองด่านงวดที่ 2 และ 3 เอาไว้ก่อน และให้ใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในความผิดมูลฐานตามวงเล็บ 5 ในเรื่องการทุจริตระหว่างรัฐกับเอกชน ซึ่ง ปปง.สามารถอายัดทรัพย์สินไว้ได้ แล้วให้แต่ละฝ่ายมาพิสูจน์และชี้แจงที่มาของเงินและทรัพย์สินนั้นว่าควรได้รับหรือไม่ หากชี้แจงไม่ได้ก็ต้องกลับมาเป็นของหลวงเช่นเดิม ซึ่งเรื่องนี้ ปปง.คงปฏิบัติตามข้อเสนอที่ สปท.ส่งไป
นางดาวัลย์ จันทรหัสดี แกนนำกลุ่มเรารักคลองด่าน กล่าวว่า ยังมีข้อสงสัยในคำสั่งของ ปปง.ที่จะให้กิจการร่วมค้ามาอธิบายว่ามีสิทธิ์ มีความถูกต้องชอบธรรมอย่างไรในการรับเงินค่าเสียหายดังกล่าว เหมือนกับว่าการจะจ่ายเงินให้บริษัทหรือไม่นั้นขึ้นกับอำนาจการตัดสินของ ปปง. แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่จ่ายเงินให้กับบริษัทจนกว่าจะมีการพิจารณาคดีอาญาในศาลฎีกาแล้วเสร็จก่อน

