ทส.ตั้งศูนย์พิทักษ์ป่า สืบข้อมูลผู้มีอิทธิพล ชี้กระแสโซเซียลด่าเขาหัวโล้นแสดงว่าคนรักป่า

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงผลการดำเนินงานในรอบ 7 เดือน มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง โดยพล.อ.สุรศักด์ กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายต่างๆ ให้หน่วยงานนำไปปฏิบัติงานอย่างชัดเจน บางงานมีความคืบหน้า อาทิ การทวงคืนผืนป่า ซึ่งสามารถหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เมื่อเจอคนกระทำผิดก็นำตัวมาดำเนินคดี แต่ยังไม่สามารถเอาผิดกับผู้บงการหรือผู้อิทธิพลได้อย่างชัดเจน

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้ตั้งศูนย์พิทักษ์ป่า โดยมีตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อธิบดีกรมป่าไม้ และอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นรองผู้อำนวยการ มีผู้อำนวยการระดับสำนัก ร่วมกับทีมงานเฉพาะกิจของทั้ง 3 กรม ได้แก่ พญาเสือ พยัคฆ์ไพร และฉลามขาว เข้าร่วมศูนย์ดังกล่าวด้วย เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพประสานสอดคล้องกับทั้ง 3 กรม และปฏิบัติงานโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเข้มข้น โดยแต่ละพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัดต้องไปศึกษาข้อมูลว่าใครที่มีแนวโน้มเป็นผู้บงการหรือมีอิทธิพลในพื้นที่ จากนั้นจะทำงานแบบเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายร่วมกับทหาร ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อเอาผิดกับผู้มีอิทธิพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า

“ส่วนกระแสโซเซียลโดยเฉพาะปัญหาเขาหัวโล้นนั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามสังคมมีหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าทำดีสังคมจะไม่ชม ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อ แต่หากทำไม่ดีสังคมจะส่งต่อทันที แต่ต้องขอบคุณที่ว่ากล่าว เพราะทำให้รู้ว่าประชาชนมีความรักป่า รักต้นไม้ ยังต้องการให้มีป่าในประเทศ และพร้อมจะยื่นมือเข้าร่วมปลูกป่า แต่อย่างไรก็ตามการปลูกป่าต้องยึดหลักวิชาการเพื่อให้ต้นไม้อยู่รอด ซึ่งช่วงนี้ต้องเร่งทำฝายชะลอน้ำก่อนที่ฝนจะตก เพื่อให้พื้นที่มีความชุ่มชื่นเป็นป่าเปียก โดยนำต้นไม้โตเร็วเข้าปลูกในพื้นที่ชุ่มชื้นก่อน จากนั้นค่อยๆ ปลูกขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว
รัฐมนตรี ทส. กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปต่างประเทศตามที่เป็นข่าวว่า งานที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นภารกิจหน้าที่ที่ต้องทำ เช่น นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องไปทำหน้าที่กล่าวถ้อยคำแถลงในฐานะประธานกลุ่ม 77 และจีน ไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมหารือกับประเทศภาคีสมาชิกในการเตรียมรับมือหมอกควันข้ามแดน เป็นต้น จริงๆ แล้วไม่ชอบไปต่างประเทศ แต่ที่ต้องไปเพราะไปทำงานตามภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่ามีงานใดที่ยังไม่คืบหน้าบ้าง พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีงานใดที่ยังไม่คืบหน้า ทุกงานคืบหน้าทั้งหมด แต่หากถามว่างานใดยากที่สุด ต้องเป็นการแก้ปัญหาขยะ เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากทุกคน แม้ทส.จะร่วมรณรงค์การงดใช้ถุงพลาสติก หรือร่วมใช้สินค้าสีเขียว แต่ก็ยังมีขยะสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้หน่วยงานได้ดำเนินการแก้ไขตามโรดแมปการบริหารจัดการขยะของประเทศแล้ว ขยะเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ แต่หากเทียบกับทั่วโลกถือว่าประเทศไทยยังไม่ประสบปัญหาหนักมาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อดีตรองปธ.สภา แนะ อย่าชี้นำประชามติ ชี้คนตจว.คิดเองได้ แต่ไม่กล้าคุย กลัวติดคุก
บทความถัดไป‘แบงค์’ รับเจอ ‘แพรวา’ บ่อย แต่สถานะเป็นแค่เพื่อนสนิท เพราะยังเด็ก