“เช็ก ชัวร์ แชร์” อย.คุ้มครองผู้บริโภค ลดปัญหาโซเชียลปลอมๆ

22.01.19 | 08:36 น.

เมื่อโซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะข้อมูลที่ได้รับผ่านโลกออนไลน์ย่อมมีทั้งเรื่องจริง และไม่จริง โดยเฉพาะการอวดอ้างจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม หรือแม้แต่ยาที่อ้างสรรพคุณเกินจริง จนส่งผลร้ายต่อผู้บริโภคที่หลงเชื่อ…


อย่างล่าสุดเป็นข่าวครึกโครมกรณีผลิตภัณฑ์อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง อย่างเมจิกสกิน ที่อ้างว่ากินแล้วผิวขาวใส หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีน อ้างลดน้ำหนัก แต่มีผลต่อระบบหัวใจ จนเกิดเคสเสียชีวิตไปเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ทราบดีว่า การสร้างความตระหนักแก่ประชาชนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ผ่านมามีการรณรงค์ สร้างความเข้าใจมาตลอด แต่ก็อาจไม่ครอบคลุม ในทางกลับกันหากใช้ช่องทางผ่านโซเชียลมีเดีย น่าจะเป็นทางออกที่ดี

“สังคมทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก การสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเข้าถึงง่าย รวดเร็ว  ทำให้เกิดการรับรู้ได้มากขึ้น  แม้ที่ผ่านมา อย.จะสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน แต่ก็เป็นเพียงระดับหนึ่ง ซึ่งหากเราสามารถสร้างการรับรู้ข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องได้เพิ่มขึ้นอีก ย่อมเป็นเรื่องดี จึงเป็นที่มาของโครงการ เช็ก ชัวร์ แชร์..” นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.


นพ.สุรโชค อธิบายอีกว่า หากเราสามารถใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการดึงผู้นำความคิดทางสื่อสังคมออนไลน์ เข้ามาร่วมมือกันในการสร้างการรู้เท่าทันสื่อด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น  ก็จะยิ่งมีประโยชน์ เพราะจะช่วยให้การกระจายข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็จะสามารถแจ้งเตือนได้ทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ เช็ก ชัวร์ แชร์ เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้ข้อมูลที่เป็นเท็จมีการแชร์กันมาก อย่างปัญหาที่เจอบ่อยๆ จะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากที่สุด รองลงมาคือ เครื่องสำอาง ที่ระบุว่าใช้แล้วหน้าตึง ลดริ้วรอย ทำให้ขาว รวมไปถึงพวกโฆษณายา จริงๆผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดก็มีการผสมยา ซึ่งเสี่ยงอันตรายต่อผู้บริโภค ยิ่งปัจจุบันมีการแชร์ต่อกันโดยไม่ได้กรองข้อมูล ทำให้กระจายไปโดยไม่เหมาะสมก็มาก ยังมีผลิตภัณฑ์อ้างลดความอ้วน ทำให้ผอมทันที ทำให้ขาวใส อย่างผู้ชายก็มักเจอว่า หากใช้ผลิตภัณฑ์จะเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเจอบ่อยมาก

อย. เล็งเห็นผลกระทบที่ประชาชนอาจได้รับ จากข่าวแชร์ผิดๆ เหล่านี้ เราจึงตั้งใจที่จะทำศูนย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องแชร์ต่างๆ ตามโซเชียล และสร้างความตระหนักให้กับประชาชนว่า ก่อนที่เค้าจะเชื่อ หรือจะส่งต่อเรื่องอะไร ให้มาเช็ก ให้ชัวร์กับอย. โดยเราได้จัดทำช่องทางการสื่อสาร ทั้งเว็บไซต์ sure.oryor.com และแอปพลิเคชั่น “เช็ก ชัวร์ แชร์” และเริ่มปล่อยรณรงค์โครงการดังกล่าวผ่านต้นเดือนพฤษภาคม 2561  และเรายังร่วมมือกับผู้นำความคิดทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือเจ้าของเฟซบุ๊กที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลมีเดีย (Influencer) ชื่อดังมาร่วมในแคมเปญ หลักๆ คือ เพจดราม่า แอดดิจ เพจหมอแล็บแพนด้า และ เพจของอ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

Advertisement


นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากเพจดังอีกมากมาย อาทิ Jones Salad พบหมอแมว เจอหมีให้ออกกำลังกาย กินดีอยู่ดี หมอยาพาสวย สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ แหม่มโพธิ์ดำ จบข่าว ใกล้มิตรชิดหมอ หมอตุ๊ด Lovefitt บันทึกของตุ๊ด เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว ความรู้สนุก ๆ แบบหมอแมว และชุมชนคนท้องถิ่นมาร่วมสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย

“หากถามว่าตลอดปีที่ผ่านมา ความร่วมมือผ่านโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จแค่ไหน ผมคิดว่าช่วยลดปัญหาการถูกหลอกลวงได้ไม่มากก็น้อย เพราะเมื่อเราปล่อยแคมเปญนี้ออกไป ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น ช่วยกันส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ FDATHAI เป็นจำนวนมาก  โดยพบว่ามีการรับเรื่องร้องเรียนเฉลี่ยเดือนละ 70-100 เรื่อง และแค่เดือนปล่อยแคมเปญเดือนเดียว คือ พฤษภาคม มีคนส่งข้อมูลมาถึง 245 เรื่อง เป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มเอะใจ ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆมากขึ้น ซึ่งจริงๆต้องขอขอบคุณผู้นำความคิดทางสื่อสังคมออนไลน์ เพราะมีส่วนช่วยมาก และพวกเขาก็ทำด้วยจิตอาสาจริงๆ เพราะไม่ได้มีเรื่องค่าตอบแทนใดๆ เลย” นพ.สุรโชค กล่าว

รองเลขาธิการ อย.ยังทิ้งท้ายไว้ว่า ในปีนี้จะมีการปรับรูปแบบแฟนเพจเฟซบุ๊กให้ทันสมัยมากขึ้น และจะหาพาทเนอร์ ที่แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น เพื่อขยายผลความสำเร็จสู่ภาคประชาชนในวงกว้างมากยิ่งขึ้นด้วย