ศาลฎีกาเตรียมรับมือคดีเลือกตั้งใหญ่ โฆษกศาลเผย สำนักงานศาลฯเตรียมพร้อม วางบุคลากร งบประมาณ สถานที่ สนับสนุนการพิจารณาคดี
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมภายหลังมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 ว่า ทางศาลฎีกามีการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 โดยได้ดำเนินการออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 โดยได้จัดทำคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการส่วนวิธีพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ 2562 เพื่อใช้เป็นแนวทางและวิธีปฏิบัติในการพิจารณาคดีของศาลฎีกาและศาลชั้นต้นที่ได้รับมอบหมายให้ไต่สวนพยานแทน นอกจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้เตรียมความพร้อมในส่วนของบุคคลากรและเครื่องมือสื่อสารในการติดต่อระหว่างศาลเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ในครั้งนี้เป็นที่คาดการณ์กันว่าจะมีปริมาณคดีเเละความซับซ้อนมากกว่าเลือกตั้ง ส.ว. เพราะจะมีประเด็นร้องเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งหรือทุจริตในการเลือกตั้งเขามาหลายรูปเเบบ เเต่ทางสำนักงานยุติธรรมก็ได้มีการเตรียมความพร้อมจัดระบบต่างๆ เพื่อรองรับคดีเลือกตั้งที่จะเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลฎีกาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาคารสถานที่ งบประมาณ อัตรากำลัง รวมถึงจะใช้เทคโนโลยีในการประชุมซักซ้อมความเข้าใจให้แก่บุคลากรในศาลยุติธรรมเพื่อให้พร้อมที่สุดในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว
นายสุริยัณห์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีเลือกตั้ง ส.ส. ที่อาจถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา จะเป็นคดี เช่น กรณีผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งขอให้ศาลมีคำสั่งให้รับสมัครหรือเพิ่มชื่อเป็นผู้สมัคร, กรณีผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้รับสมัครหรือเพิ่มชื่อเป็นผู้สมัคร, กรณีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต. ที่ให้ถอนการรับสมัครตามคำร้องของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือผู้สมัครอื่น เเละกรณีผู้อำนวยการเขตการเลือกตั้งขอให้ถอนชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ในปี2562 ที่ใกล้จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นการเลือกตั้ง ส.ส.เเบบเเบ่งเขตเเละบัญชีรายชื่อรวมกันได้ทั้งหมด500 เสียงรวมกับ ส.ว.250เสียง รวมเป็น 750 เสียง เพื่อกำหนดบุคคลขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเเละรัฐบาล ที่เป็นประชาธิปไตยตามนิยามของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาภายหลังจากการเลือกตั้งทุกครั้ง ก็จะมีเรื่องร้องเรียนเป็นคดีความขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการพิจารณาคดีการเลือก ส.ส.เเละ ส.ว. จะอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้ง

