จากกรณีหญิงสาวแรงงานกัมพูชาถูกฆาตกรรมเมื่อ 15 ปีก่อน ก่อนจะนำร่างไปฝังอำพรางคดีที่วัดป่าภาวนาธรรม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมีพระอาจารย์อวน เจ้าอาวาสขณะนั้นรู้เห็น ภายหลังพระอาจารย์อวน ถูกชาวบ้านต่อต้านและเพิกถอนตำแหน่ง รวมถึงครูมือฆ่าเสียชีวิตไปได้เดือนเศษ ชาวบ้านหนองบุญเกิดจึงร่วมกับหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) ขุดหาซากศพเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ไม่พบ เนื่องจากคนรู้จุดฝังศพบอกตำแหน่งผ่านโทรศัพท์ไม่ได้มาชี้ตำแหน่งด้วยตนเองตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าจาก น.ส.ณริศรา ภู่ระแก้ว อายุ 45 ปี เลขที่ 206 หมู่ 11 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยน.ส.ณริศรา กล่าวว่า แต่ก่อนตนเองเคยอาศัยอยู่ในวัดดังกล่าวมาก่อน แต่ภายหลังถูกกลั่นแกล้งให้ออกมาอยู่ด้านนอกและรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต ที่รู้เห็นการกระทำอำพรางศพเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุระหว่าง 16-17 ปี ถูกว่าจ้างเป็นแรงงานทำขนมให้กับครูคนหนึ่ง ในพื้นที่ตลาดอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายหลังหญิงต่างด้าวกับสามีของครูคนดังกล่าวลักลอบได้เสียกัน ทำให้ครูผู้จ้างโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่งจึงได้ทำร้ายหญิงแรงงานต่างด้าวที่เป็นชู้กับสามีจนเสียชีวิต ขณะหลอกล่อให้มาทำขนมที่บ้าน
จากนั้นครูคนดังล่าวที่มีความสนิทสนมกับพระอาจารย์อวน อดีตเจ้าอาวาสจึงให้เด็กวัดป่าภาวนาธรรม มารับศพที่ถูกฆาตกรรม โดยบอกเด็กวัดให้มารับของที่บ้านครู แต่พอมาถึงกลับกลายเป็นศพ เด็กวัดจึงอยู่ในสภาพจำยอม โดยคนของอดีตเจ้าอาวาสรวม 2 คนเป็นผู้ช่วยขุดหลุมฝัง กระทั่งช่วงค่ำก็ยังไม่สำเร็จจนพระลูกวัดได้มาสอบถามทราบว่ามีการขุดฝังศพคนตาย โดยคนของเจ้าอาวาสอ้างว่าผู้ตายป่วยเป็นเอดส์ ทางราชการจึงให้รีบฝังป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อ พระลูกวัดคนดังกล่าวจึงช่วยขุดดินฝังเพราะเห็นว่าค่ำแล้วและศพยังไม่มีญาติ
น.ส.ณริศรา กล่าวด้วยว่า ภายหลังฝังศพมีสุนัขมาคุ้ยที่หลุมศพ พระลูกวัดดังกล่าวเกรงว่าซากศพจะถูกสุนัขกัดแทะจึงเมตตานำสังกะสีมาปูทับ พร้อมปลูกต้นไม้ไว้เป็นสัญลักษณ์เผื่อญาติจะมาขุดเพื่อเผาอุทิศบุญกุศลในภายหลัง โดยพระรูปนั้นได้กรวดน้ำแผ่เมตตาให้เสมอหลังจากทำวัตรปฏิบัติ – สวดมนต์ภาวนาตามกิจวัตรสงฆ์ จนภายหลังเรื่องการแอบฝังศพล่วงรู้ทั้งแม่ชี และคนในวัดอีกจำนวนมาก อดีตเจ้าอาวาสจึงพยายามขับไล่แม่ชีและคนในวัด รวมถึงตนเองที่ทราบเรื่องนี้ออกไปจากวัด กระทั่งเมื่อปี 2558 ชาวบ้านได้รวมตัวกันไปยื่นร้องทุกข์กับสำนักนายกรัฐมนตรี และที่มูลนิธิคุณหญิงปวีณา หงสกุล ให้ตรวจสอบเหตุฆาตกรรมอำพรางศพดังกล่าว เนื่องจากพวกตนเกรงไม่ปลอดภัยในชีวิต และสงสารเหยื่อฆาตกรรม โดยเมื่อสำนักนายกฯ มีหนังสือถึงวัดรัตนชมพู เจ้าคณะอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงได้มีการประชุมเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางพระอาจารย์อวนก็ได้ให้การยอมรับว่ามีการฝังศพดังกล่าวจริงจึงได้มีการอนุญาตขุดศพ แต่ขุดผิดจุด
“แต่ขณะนี้ชาวบ้านได้ประสานกับอดีตพระลูกวัด ที่ได้เคยลงมือขุดหลุมศพ – ปูสังกะสีให้ศพ และปลูกต้นพิกุลไว้ที่หลุมศพ ที่ภายหลังเกิดเหตุได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว ยืนยันที่จะชี้จุดฝังศพให้ถูกต้องต่อไปโดยพระได้มาชี้จุดดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่ขุดครั้งแรก ส่วนครูที่ลงมือฆ่าแรงงานต่างด้าว ด้วยพิษแรงหึงหวงที่ลูกจ้างกลับกลายมาเป็นภรรยาน้อยตาย ทราบว่าเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2 เดือนเศษเหลือแต่เพียงสามี และอดีตเจ้าอาวาส (พระอาจารย์อวน) ที่รู้เรื่องราวดี” น.ส.ณริศรากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จะได้มีการลงตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป โดยจะมีการประชุมสรุปเหตุการณ์ – ความเป็นมาทั้งหมดที่วัดรัตนชมพู อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ในวันที่ 13 พ.ค.59 นี้

