วันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณฟาร์มปลาสุรินทร์ หมู่ที่ 5 ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก หลังจากน้ำในคลองชลประทานแห้งขอดเป็นเวลานานประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ส่งผลกระทบกับอาชีพเกษตรกรเลี้ยงปลาบ่อดิน ทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วจนแห้งขอด ปลาที่ลงทุนเลี้ยงไว้กว่า 1 ล้านบาท จำนวนกว่า 10 ตัน นอนตายเน่าเหม็นเสียหายทั้งบ่อ จะจับขายก็ไม่มีใครซื้อเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ชาวบ้านไม่มีเงินมาใช้จ่าย หากจะจับขายส่งก็โตยังไม่ได้ขนาด แถมราคาถูกแค่กิโลกรัมละ 6 บาท
จากการสอบถามนายรุ่งธรรม มณีนิล อายุ 46 ปี เจ้าของบ่อปลา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ที่ 5 ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า ในปีนี้สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงและกินระยะเวลายาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ตนเองซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาบ่อได้รับผลกระทบ โดยปลาที่ลงทุนไว้กว่า 1 ล้านบาท จำนวนกว่า 10 ตัน ในบ่อเลี้ยงปลาพื้นที่ 80 ไร่ เป็นปลาเบญจพรรณทั้งปลานิล ปลาตะเพียน และปลาสวาย ต้องมานอนตายหมดทั้งบ่อส่งกลิ่นเน่าเหม็นเพราะปลาไม่สามารถทนอากาศร้อนจัด และขาดน้ำมาหล่อเลี้ยง น้ำจากบ่อบาดาลที่เคยใช้สูบขึ้นมาใส่บ่อปลาเกิดร่วงสูบไม่ขึ้นส่วนน้ำในคลองชลประทานก็ไม่มี จึงหมดหนทางในการดิ้นรนต่อสู้ต้องจำยอมรับสภาพการขาดทุนหลายแสนบาท ซึ่งตนเองก็ได้แต่ยืนมองด้วยความเศร้าใจ
นายรุ่งธรรม ยังได้กล่าวว่า ตนเองไม่ต้องการเรียกร้องอะไรจากทางรัฐบาล ขอเพียงหน่วยงานของรัฐเข้าช่วยเหลือดูแลบ้าง เนื่องจากในตอนนี้ได้รับผลกระทบภัยแล้งจนต้องขาดทุนไปหลายแสนบาทแล้ว อยากให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องกลิ่นเหม็นเน่าของปลาที่ไปรบกวนชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง โดยมีชาวบ้านเข้ามาต่อว่าเรื่องกลิ่นรบกวน ซึ่งตนเองเคยเข้าไปขอความช่วยเหลือขอรับปูนขาวและสารอีเอ็มชีวภาพเพื่อมาฉีดราดเพื่อดับกลิ่นแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแล จึงต้องยอมลงทุนซื้อสารอีเอ็มมาฉีดราดไปบางส่วน เพื่อลดปัญหาการขัดแย้งและลดกลิ่นเหม็นของปลาเน่าที่ส่งผลกระทบไปยังชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่อไป


