เมื่อวันที่ 23 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. รองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.)พร้อม พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.ต.นที คุ้มล้วนล้อม สว.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.บช.น., ร.ต.ต.สถาพร เทศบรรทัด รอง สว.(อก.) ฝอ.6 บก.อก.บช.ทท. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซีย ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนขยายผลทราบว่า แก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรีย ย้ายมาตั้งฐานอยู่ในประเทศมาเลเซีย และยังคงหลอกลวงประชาชนคนไทยอยู่
ผบช.สตม.กล่าวว่า ได้ประสานความร่วมมือมายังนาย ตันซรี ดาโต๊ะ ศรี โมฮาหมัด ฟูซี บิน ฮาลัน ผบ.ตร.มาเลเซีย เข้าปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาใน 7 จุด ในย่านที่พักอาศัย กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และอีก 3 จุด ในประเทศไทย หลังสืบทราบว่าเป็นที่ตั้งศูนย์สั่งการของแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรีย พบผู้ต้องหาชาวไนจีเรีย ระดับสั่งการ 7 คนโดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลในประเทศไทย และพบหญิงไทยซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับที่ร่วมมือกับผู้ต้องหาในการหลอกลวงอีก 7 คน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นภายในอาคารพบอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์คอมพิวเตอร์ ข้อความแชทการพูดคุยกับเหยื่อ และยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพย รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งโรแมนซ์สแกมกับเหยื่อ ผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊ก แก๊งนี้ถูกชุด ศปอส.ตร. กวาดล้างในประเทศไทยอย่างหนัก จึงหลบหนีออกมาตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศมาเลเซียมาแล้วกว่า 1 ปีโดยยังมีพฤติการณ์สร้างตัวตนปลอมในเฟซบุ๊กหลอกลวงเหยื่อให้หลงรักและโอนเงินให้ โดยคนร้ายกลุ่มนี้มีเงินหมุนเวียนจากการหลอกลวงกว่า 100 ล้านบาท โดยเหยื่อรายล่าสุด ถูกหลอกลวงเงินไปกว่า 29 ล้านบาท
สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมครั้งนี้ เป็นการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในต่างประเทศเป็นครั้งแรกของปี 2562 ซึ่งในปี 2561 ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร ได้ประสานความร่วมมือทำการ จับกุมผู้ต้องหาในต่างประเทศมาแล้วถึง 9 ครั้ง ใน 7 ประเทศ



