ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 105 ง ราชกิจจาลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ประกาศสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่อง การกําหนดหน่วยงานและเขตอํานาจการรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของส่วนราชการ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2559 จัดตั้งสถานีตำรวจใหม่ และยุบเลิกเขตอำนาจรับผิดชอบโรงพัก และประกาศสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่อง การกําหนดหน่วยงานและเขตอํานาจการรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของส่วนราชการ (ฉบับที่ 15) พ.ศ.2559 มีผลในวันที่ 11 พฤษภาคม
เป็นเหตุให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งให้ตำรวจกว่า 88 นาย ไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานีตำรวจแห่งใหม่ เป็นกรณีเฉพาะ
โดยให้คำสั่งมีผลวันที่ 11 พฤษภาคม และต้องปฏิบัติหน้าที่ทันที เนื่องจากสถานีตำรวจแห่งใหม่จำเป็นต้องมีตำรวจปฏิบัติหน้าที่
ขณะเดียวกันมีการยกเลิกเขตอํานาจการรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของ สภ.เมือง นนทบุรี สภ.เมืองขอนแก่น สภ.เมือง เชียงราย สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สภ.เมือง พะเยา สภ.เมือง แพร่ สภ.เมืองลําปาง, สภ.เมืองลําพูน สภ.เมืองกระบี่, สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต สภ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี
พร้อมให้จัดตั้งสถานีตํารวจเพิ่มขึ้นใหม่ ได้แก่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี, สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น, สภ.บ้านเป็ด สภ.เมืองไหม, สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น, สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย, สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่, สภ.แม่กา จ.พะเยา, สภ.พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่, สภ.เขลางค์นคร จ.ลําปาง, สภ.นิคมอุตสาหกรรม จ.ลําพูน, สภ.อ่าวนาง, สภ.เกาะพีพี จ.กระบี่, สภ.สาคู จ.ภูเก็ต, สภ.บางสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ให้เปลี่ยนแปลงชื่อ สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เป็น สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต, สภ.ทุ่งทอง จ.ภูเก็ต เป็น สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
และในล็อตเดียวกันให้ยกเลิกเขตอํานาจการรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของส่วนราชการ ในส่วนของตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จังหวัดสมุทรสาคร, ตม.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ตม.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ตม. จังหวัดฉะเชิงเทรา, ตม.จังหวัดนครปฐม, ตม. จังหวัดลพบุรี, ตม.จังหวัดอํานาจเจริญ, ตม.จังหวัดขอนแก่น, ตม.กาบเชิง, ตม.จังหวัดเชียงใหม่, ตม.จังหวัดเชียงราย, ตม.จังหวัดตาก, ตม.จังหวัดน่าน, ตม.จังหวัดพิษณุโลก, ตม.จังหวัดนครสวรรค์, ตม.จังหวัดสตูล, ตม.จังหวัดระนอง, ตม.จังหวัดยะลา และ ตม.ปาดังเบซาร์
ให้จัดตั้งตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และด่านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มขึ้นใหม่ ดังนี้ ตม.จังหวัดสมุทรสงคราม, ตม.จังหวัดเพชรบุรี, ตม.จังหวัดสุพรรณบุรี, ตม.จังหวัดปราจีนบุรี, ตม.จังหวัดราชบุรี, ตม.จังหวัดสระบุรี, ตม.จังหวัดสิงห์บุรี,
ตม.จังหวัดร้อยเอ็ด, ตม.จังหวัดชัยภูมิ, ตม.จังหวัดมหาสารคาม, ตม.จังหวัดบุรีรัมย์, ตม.จังหวัดสุรินทร์, ตม.จังหวัดลําพูน, ตม.จังหวัดลําปาง, ตม.จังหวัดพะเยา, ตม.จังหวัดสุโขทัย, ตม.จังหวัดอุตรดิตถ์, ตม.จังหวัดเพชรบูรณ์, ตม.จังหวัดพิจิตร, ตม.จังหวัดกําแพงเพชร, ตม.จังหวัดอุทัยธานี, ตม.จังหวัดตรัง, ตม.จังหวัดชุมพร และ ตม.เบตง จังหวัดยะลา
การจัดตั้งสถานีตำรวจใหม่และยุบเลิกเขตอำนาจรับผิดชอบขอบโรงพัก มีที่มาที่ไปอย่างไร
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ชี้แจงว่า เป็นการยกระดับสถานีตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และสภาพสังคม บางพื้นที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว บางพื้นที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัย ทำให้สังคมในพื้นที่นั้นๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก
“เมื่อความสำคัญของพื้นที่มีเพิ่มขึ้น จำนวนประชากรก็เพิ่ม สถิติคดีที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ขณะเดียวกันสภาพทางเศรษฐกิจจะถูกยกระดับตามขึ้นมา อาจเป็นย่านธุรกิจ หรือนิคมอุตสาหกรรม หรือมีการเจริญเติบโตด้านการค้า เป็นหนึ่งสาเหตุที่ตำรวจต้องจัดกำลังพลเข้าไปตรวจตราให้ทั่วถึง” พล.ต.อ.พงศพัศบอก และว่า ดังนั้นทุกๆ ปี ระดับกองบัญชาการ (บช.) หรือกองบังคับการ (บก.) ตามภาคต่างๆ จะวิเคราะห์พื้นที่ของตนเอง จากนั้นจึงเสนอเรื่องมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ก่อนจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อประเมินสถานการณ์และความเหมาะสม ในการปรับเปลี่ยนเรื่องที่ทางภาคหรือ บช.ร้องขอมา โดยพิจารณาตามหลักการข้างต้นแล้วจึงอนุมัติเป็นอัตราส่วน 1 ใน 4 ของคำร้องขอดังกล่าว
พล.ต.อ.พงศพัศชี้แจงอีกว่า จากการปรับเพิ่มสถานีตำรวจทั้ง 15 สถานีนั้น พิจารณาแล้วพบว่าพื้นที่ภาคใต้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนสถานีตำรวจ เพื่อจัดกำลังตำรวจดูแลพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง รวมทั้งการเปลี่ยนชื่อสถานีตำรวจบางแห่ง เช่น สภ.กะทู้ เป็น สภ.ป่าตอง และ สภ.ทุ่งทอง เป็น สภ.กะทู้ เพื่อแยกย่อยพื้นที่ในการดูแล เนื่องจากเดิม สภ.กะทู้ มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ใน อ.กะทู้ทั้งหมด แต่เมื่อประชากรของอำเภอเพิ่มขึ้น รวมทั้งชายทะเลที่อยู่ในอำเภอกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทำให้คดีอุกฉกรรจ์เพิ่มขึ้นตามลำดับ จึงจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้น
“ขณะเดียวกันในส่วนของภาคเหนือและภาคอีสาน พบว่ามีมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงและสำคัญหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ฯลฯ ทำให้เพิ่มจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในถิ่นนั้นๆ จึงจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนตำรวจเข้าดูแลพื้นที่เช่นกัน” พล.ต.อ.พงศพัศอธิบาย
นอกจากการปรับเพิ่มจำนวนสถานีตำรวจแล้ว ยังเพิ่มเติมด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย ซึ่ง พล.ต.อ.พงศพัศอธิบายถึงที่มาว่า ใช้หลักการในการพิจารณาไม่ต่างกับสถานีตำรวจในพื้นที่ แต่จุดประสงค์หลักเล็งเห็นความสำคัญการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community (AEC) ทางรัฐบาลและ ตร.ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสม โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองบางแห่งก็ถูกยกเลิกไป ขณะเดียวกันก็เพิ่มด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่สำคัญๆ เพื่อสะดวกในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวัง
อย่างไรก็ดี พล.ต.อ.พงศพัศยืนยันว่า การเพิ่มสถานีตำรวจ และการแบ่งหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองใหม่นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานที่เพื่อรองรับตำแหน่งให้กับตำรวจแต่อย่างใด แต่เป็นการพิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่และสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยหลัก ดังคำที่ว่า “ต้องมีบ้าน มีที่ทำการก่อน ตำแหน่งจึงจะตามมาทีหลัง”
“คำสั่งแต่งตั้งตำรวจทั้ง 88 นาย ปฏิบัติหน้าที่สู่สถานีตำรวจใหม่ทั้ง 15 แห่ง มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม มีการเตรียมสถานที่ไว้แล้ว อาจจะต้องพ่วงสถานที่ทำงานกับหน่วยงานทางการปกครอง อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล หรืออาศัยโรงพักละแวกใกล้เคียงในเบื้องต้น แต่ในระยะยาวนั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดงบประมาณในการสร้างสถานีตำรวจไว้เรียบร้อยแล้ว” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวทิ้งท้าย
นับแต่นี้เป็นต้นไปคงเป็นที่จับจ้องของสังคมว่าการจัดตั้งสถานีตำรวจแห่งใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในทุกๆ ด้านตามที่ ตร.กล่าวอ้าง
หรือเพียงเปิดตำแหน่งใหม่รองรับการแต่งตั้งโยกย้ายที่กำลังสร้างความสับสนให้ตำรวจด้วยกันเองในขณะนี้!!

