ผสมเทียมช้างสำเร็จอีกแล้ว “สวนสัตว์” เผย 1ใน3ของโลก จ่อทำแรดขาวต่อเลย หลังเลี้ยงไว้ 20 ปีไม่ท้อง(ชมคลิป)

24.01.19 | 17:00 น.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายสุริยา รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวความสำเร็จในการผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของไทย

นายสุริยา กล่าวว่า จากปัญหาวิกฤติช้างไทย ที่ส่งผลต่อประชากรช้างให้มีจำนวนลดลง ปัจจุบันมีช้างเลี้ยงในประเทศไทยเพียง 4,719 เชือก และช้างป่า 3,500 – 4,000 ตัว ซึ่งช้างเลี้ยงที่มีอยู่ผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติและเกิดลูกช้างเป็นจำนวนที่น้อยมาก อีกทั้งยังประสบปัญหาเลือดชิด โดยองค์การสวนสัตว์เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการขยายพันธุ์ช้างเลี้ยงให้เพิ่มมากขึ้น จึงร่วมกับคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ดำเนินงานโครงการวิจัย “ปัจจัยที่มีผลต่อวงรอบการสืบพันธุ์และการพัฒนาวิธีการแช่แข็งน้ำเชื้อช้างเพื่อการผสมเทียม”

 

Advertisement

 

นายสุริยา กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559 ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว โดยทดสอบผสมเทียมในช้างเพศเมีย 4 เชือก กระทั่งได้ผสมเทียมกับ “พังจิ๋ม” มีการตรวจฮอร์โมนช่วงตกไข่ และเก็บน้ำเชื้อ “พลายบิลลี่” ใช้ทั้งน้ำเชื้อแช่แข็งและน้ำเชื้อแช่เย็น และใช้กล้องเอนโดสโคป ขนาดความยาว 1.3 เมตร สอดผ่านทางช่องคลอด และน้ำเชื้อใช้กระบอกฉีดยา ขนาด 50 มิลิลิตร เป็นตัวฉีดน้ำเชื้อเข้าท่อผสมเทียมชนิดพิเศษที่สอดผ่าน working channel ของกล้องเอนโดสโคป ปล่อยบริเวณช่องเปิดคอมดลูกจนนำมาสู่ความสำเร็จ และพังจิ่มได้ตกลูกช้างในวันที่ 8 ต.ค. 61 เวลา 19.50 น. น้ำหนัก 128 กก. มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงทั้งแม่และลูก มีระยะการตั้งท้อง 21 เดือน 12 วัน และถือเป็นลูกช้างที่เกิดจากการผสมเทียมที่มีชีวิตรอด เป็นเชือกที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 3 ประเทศของโลกที่ประสบความสำเร็จในการผสมเทียมช้าง คือ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี

 

 

“แผนงานวิจัยต่อยอดจะเร่งแก้ปัญหาช้างป่าให้มีจำนวนมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ประสบปัญหาเลือดชิด ทำให้ลูกที่ออกมามีขนาดเล็กลงและสุขภาพไม่สมบูรณ์ แต่การผสมเทียมช้างป่าถือว่ายังเป็นเรื่องที่ต้องศึกษารายละเอียดกันอย่างถี่ถ้วนก่อนจะลงมือทำ” นายสุริยา เผย

รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ กล่าวอีกว่า ความสำเร็จในครั้งนี้องค์การสวนสัตว์จะต่อยอดวิจัยไปยังสัตว์อื่นที่มีลูกยาก หรืออยู่ในกลุ่มสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์ด้วย เช่น แรดขาว ที่อยู่ในสวนสัตว์ต่างๆมากว่า 20 ปี แต่ไม่สามารถมีลูกได้ตามธรรมชาติ กระซู่ สูญพันธุ์จากไทยแล้วแต่จะใช้ความร่วมมืองานวิจัยระหว่างประเทศกับมาเลเซียที่ยังเหลือกระซู่อยู่แต่ไม่มากแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดบทเรียนเช่นเดียวกับสมันที่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว อย่างไรก็ตามทางองค์การสวนสัตว์ได้ผสมเทียมสัตว์จนประสบความสำเร็จมาแล้ว อาทิ สมเสร็จ, เก้งหม้อ, เลียงผา, เสือลายเมฆ เป็นต้น

https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/372395973545877/