ก่อเหตุคากำไล EM แท็กซี่ไม่หลาบจำออกคุกลักทรัพย์ผู้โดยสารอีก โฆษกศาลแจงขั้นตอน นอนเรือนจำหมดอิสรภาพ

26.01.19 | 19:59 น.

จากกรณีที่ นายอานนท์ ล่าชัย อายุ 34 ปีซึ่งเคยได้รับการปล่อยชั่วคราวชั้นศาล ด้วยการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กำไลข้อเท้า EM ในคดีลักทรัพย์ ผู้โดยสารแท็กซี่ในเวลากลางคืน กลับได้ก่อเหตุคดีอื่นลักทรัพย์อีกขณะขับรถแท็กซี่รับจ้างโดยลักทรัพย์นาฬิกาข้อมือ Rolex ราคา 250,000 บาทของผู้โดยสารที่นั่งโดยสารจากปากซอยเอกมัย 7 เพื่อกลับบ้านพักย่านติวานนท์ต่อมาวันที่ 25 มกราคม ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาฝากขังครั้งแรกคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีใหม่ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ นั้น

เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า กำไล EM เป็นอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ที่จะใช้สำหรับตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยกำไล EM สามารถระบุได้ว่าตัวบุคคลนั้นเดินทางไปที่ไหน กระทำผิดเงื่อนไขเรื่องการเดินทางออกนอกเคหะสถานที่กำหนดและนอกเหนือเวลาที่กำหนดหรือไม่ แต่จะไม่สามารถระบุได้ว่า ตัวบุคคลนั้นไปกระทำหรือก่อเหตุอะไร อย่างไรก็ดี ตามหลักเกณฑ์การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยด้วยการใส่กำไล EM หากผู้ต้องหาหรือจำเลย ได้กระทำผิดซ้ำหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไข ศาลนั้นมีสิทธินำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น มาปลดอุปกรณ์ EM ซึ่งถือเป็นการถอนหลักประกัน ไม่ให้ปล่อยชั่วคราวด้วย โดยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำต่อไป

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวต่อว่า สำหรับขอบเขตเงื่อนไข การปล่อยชั่วคราวด้วยกำไล EM นั้นขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดและการกำหนดเงื่อนไขของผู้ต้องหาหรือจำเลยแต่ละราย ว่าจะมีการจำกัดบริเวณไว้มากน้อยแค่ไหน บางรายอาจจะจำกัดบริเวณได้ถึงทั่วประเทศ แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หรือบางรายอาจจะจำกัดไว้ในแค่บางเขต บางจังหวัด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบุคคล

“หากใครฝ่าฝืนเดินทางเกินเขตที่กำหนด เครื่องกำไล EM จะส่งสัญญาณเตือนไปที่ ศูนย์ควบคุมติดตามการปล่อยตัวชั่วคราวและการบังคับตามคำสั่งศาลโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมีการผิดเงื่อนไขก็จะดำเนินการจับกุมและปลดกำไล EM เพื่อควบคุมตัวเข้าสู่เรือนจำต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดีสำหรับ นายอานนท์ ล่าชัย  ผู้ต้องหาก่อคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 มกราคม เวลา 02.00 น. ซึ่งหลังจากพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ รับตัวผู้ต้องหามาเมื่อค่ำวันที่ 24 มกราคม แล้ว จึงได้นำตัวมาขออำนาจศาลฝากขังในคดีใหม่ไว้เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมาแล้ว ก็ไม่มีญาติหรือบุคคลใด มายื่นขอประกันตัวชั้นฝากขังนี้อีก ปัจจุบันตัว นายอานนท์ ก็ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกตามคำร้องของพนักงานสอบสวนสนทองหล่อ เป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากต้องสอบปากคำ 6 ปาก และรอตรวจสอบของกลาง กับผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา โดยการฝากขังครั้งนี้ พนักงานสอบสวน ก็ได้คัดค้านการให้ประกันตัว นายอานนท์ ผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

 

Advertisement