‘ผู้พิพากษา’ ออกโรงจี้ ‘รัฐ’ แก้ปัญหาฝุ่นพิษ คุมจราจร-ห้ามน.ศ.ใช้รถ-จัดวันหยุด-คุมโรงงาน ซัดคนกำลังตายผ่อนส่ง

29.01.19 | 12:50 น.

ผู้พากษาอาวุโสออกโรงจี้รัฐเเก้ปัญหาฝุ่นพิษปัญหาระดับโลก เสนอออกมาตรการคุมจัดจราจรใหม่วันหยุดเรียน-โรงงานอุตสาหกรรมมีเครื่องดักจับได้มาตรฐานทำไม่ได้ปิด ไม่เช่นนั้นคนเป็นมะเร็งตายกันหมด เสียหายเศรษฐกิจทรัพยากรมนุษย์เป็นเเสนล้าน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ว่าเรื่องนี้จะใช้หลักการเดียวกับการเเก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยเสนอความเห็นต่อสื่อมวลชนไปว่าสาเหตุหนึ่งที่เกิดฝุ่นพิษเเละเป็นอันตรายต่อร่างกายคนเรามาจากปริมาณรถยนต์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมหาศาลที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในเขตหัวเมืองชั้นใน เเละปล่อยท่อไอเสียเป็นควันดำออกมาซึ่งการแก้ไขได้จะต้องลดปริมาณการใช้รถยนต์บนท้องถนนให้ได้ ซึ่งจะเป็นการเเก้ปัญหาทั้งด้านมลพิษเเละการจราจร

“เราจะเห็นชัดเจนว่าในช่วงที่มีการเปิดเทอมการจราจรจะติดขัด แต่หากมีการปิดเทอมท้องถนนจะโล่งมากขึ้น ทำให้เราสามารถอนุมานได้จากสถิติต่างๆ ว่า รถของผู้ปกครองเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหา’ลัย จะออกมาวิ่งในท้องถนนมากขึ้นเป็นจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนรถทั้งหมดในรถ 100 คัน จะมีรถวิ่งรับส่งนักเรียน 30 คัน เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของค่านิยมสำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะก็จะขับรถไปรับไปส่งนักเรียน ทำให้รถที่อยู่บนท้องถนนในเขต กทม.จะมีปริมาณที่สูงมาก มลพิษก็จะสูงขึ้น ฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถที่จะลดปริมาณรถรับส่งนักเรียนเหล่านี้ได้ปัญหาก็จะแก้ยากที่สุด และถ้าปล่อยไว้ปัญหาจะทับถมและแก้ยากมากขึ้นอีก เนื่องจากประชากรมีการหมุนเวียน เด็กที่โตขึ้นก็จะเข้าเรียนหนังสือ ในต่างประเทศจะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะว่าเขามีระบบรถรับส่งนักเรียนที่ดี แตกต่างจากของเราที่ไม่ได้มีการวางแผนให้มีรถรับส่งนักเรียนเนื่องจากเราไม่สามารถบังคับได้ เเต่ถ้าเราจะดำเนินการ เราจะต้องออกข้อห้ามไม่ให้ผู้ปกครองนำรถเข้ามารับส่งนักเรียนบริเวณโรงเรียน รัฐก็จะต้องกำหนดจุดรับ-ส่ง โดยกำหนดให้มีจุดจอดรถ (Hub) เพื่อรับส่งนักเรียนที่ห่างจากการจราจรชั้นใน อย่างในประเทศสิงคโปร์ก็ยังสามารถทำได้ ซึ่งเรื่องจุดรับส่งกลับไม่มีใครคิดที่จะแก้ไข” ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์เสนอแนวคิด

นายศรีอัมพรกล่าวอีกว่า ในส่วนของนักศึกษามหา’ลัยก็จะต้องออกกติกาว่านักศึกษามหาวิทยาลัยจะต้องไม่ใช้รถซึ่งจะเป็นลักษณะเดียวกับโรงเรียนนายร้อย ที่จะมีการระบุกฎเกณฑ์ออกมาว่าห้ามผู้ปกครองนำรถมาส่งที่โรงเรียน ไม่ใช่ว่าพอลูกสอบติดก็จะต้องซื้อรถให้ ตรงนี้นอกจากจะก่อปัญหารถติดแล้วก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือเราควรจะต้องกำหนดให้มีการปรับวันเรียน โดยกำหนดให้วันเสาร์ อาทิตย์ในโรงเรียนมีการเรียนการสอนขึ้นและให้สลับวันหยุดที่มีรถติดไปเป็นวันธรรมดาสลับกันไป ข้าราชการก็ด้วยต้องสลับวันทำงานกับวันหยุด เรื่องนี้รัฐต้องใช้เทคนิคหลายอย่าง อย่างหน่วยราชการก็เป็นปัญหา อย่างทุกวันนี้ในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย หน่วยราชการจะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง มาเลเซียและเมียนมาก็มีเมืองราชการ หลายประเทศมีการขยับศูนย์ราชการไปอยู่ต่างจังหวัดไม่ให้อยู่ในตัวเมืองชั้นใน ตรงนี้เราก็สามารถทำได้

“จะเห็นว่าวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการพบว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีปริมาณลดลงกว่าวันอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าสาเหตุที่ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ลดลงเนื่องจากวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดคนจะไม่ค่อยใช้รถยนต์ แต่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นไม่ลดก็จะเป็นจังหวัดนครปฐมและสมุทรสาคร ซึ่ง 2 จังหวัดนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก เเละเป็นอีกสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดของฝุ่นพิษ กรมโรงงานจะต้องไปควบคุมกำกับดูเเล” นายศรีอัมพรระบุ

นายศรีอัมพรกล่าวว่า จะเห็นได้ว่าสำหรับฝุ่นควันที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน นั้นไม่ได้มาจากท่อไอเสียของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเพียงอย่างเดียว รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินที่ขับกันตามบ้านต่างๆ ก็มีฝุ่นดังกล่าวอยู่เช่นกัน จะเห็นว่าวันอาทิตย์ทำไมฝุ่นมันลดลงก็เพราะประชาชนหยุดงาน ตรงนี้แสดงว่าไม่ใช่เฉพาะดีเซลอย่างเดียวแต่เป็นรถบ้านที่ใช้น้ำมันเบนซินด้วย แม้จะมีการบอกว่าสันดาปที่สมบูรณ์มันก็จะต้องมี PM 2.5 เพราะคำว่าสมบูรณ์มันไม่ใข่ 100% ตนเห็นว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการและรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาให้แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

Advertisement

เมื่อถามว่าที่นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาระบุว่าไม่มีรายงานโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน นายศรีอัมพรตอบว่า ในทางทฤษฎีแล้วเป็นไปไม่ได้เนื่องจากยังมีรายงานจากต่างประเทศถึงค่าของปริมาณฝุ่นว่ามีสาเหตุมาจากกลุ่มควันที่มาจากโรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้ อย่างวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดมีรถยนต์วิ่งน้อยในจังหวัดนครปฐม, สมุทรสาคร และช่วงถนนพระราม 2 สภาพอากาศที่วัดยังขึ้นแสดงเป็นกราฟสีส้มและสีแดงเป็นบางจุดซึ่งแสดงว่ายังมีกลุ่มควันอันตรายอยู่ อันนี้จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่าฝุ่นจากโรงงานเป็นประการสำคัญที่ทำให้สภาพอากาศย่ำแย่อยู่ ทางกระทรวงกรมที่รับผิดชอบเกี่ยวกับโรงงานควรจะเข้าไปควบคุมเกี่ยวกับเรื่องระบบป้องกันฝุ่นควันที่จะเป็นระบบฉีดไอน้ำร้อนดักควัน ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวจะต้องใช้การลงทุน ซึ่งโรงงานใหญ่ๆ จะมีติดตั้งทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปติดตามดูว่ามีการใช้เครื่องมือดังกล่าวหรือไม่ หรือมีการหลีกเลี่ยงไม่ใช้เพราะต้นทุนในการใช้เครื่องจักรสูงส่วนโรงงานเล็กๆ ที่ไม่สามารถลงทุนเครื่องมือดังกล่าวได้เราก็จำเป็นที่จะต้องปิดโรงงานไป ไม่เช่นนั้นเเล้วคนจะตายกันหมด ทุกวันนี้ คนเป็นโรคมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นเพราะควันพิษมันจะกระจายเข้าไปในปอด ซึ่งพิษของมันจะทำให้ DNA ของคนมีความพิการสั่งงานผิด เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งหลายชนิด ในโลกนี้นอกจากประเทศอินเดียก็มีประเทศไทยนี่แหละที่จะต้องเผชิญความหนักหนาสาหัสนี้ นั่นก็มาจากสาเหตุว่าเราละเลยตรงนี้

“ผมยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มันจะเห็นได้ชัดในช่วงหน้าหนาว การกวดขันแก้ไขปัญหาในช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ดีเพราะจะถือว่าเป็นการทดลองที่ได้ผลจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการห้ามผู้ปกครองนำรถส่งนักเรียนเข้าไปในเขตพื้นที่ตัวเมืองชั้นใน, กำหนดให้มีการเปิดเรียนในวันเสาร์อาทิตย์แทน นักศึกษามหาวิทยาลัยก็ต้องไม่ให้นำรถเข้ามหาวิทยาลัย ปัญหาฝุ่นพิษหรือรถติดจริงๆ มันแก้ไขได้ไม่ใช่ว่าแก้ไขไม่ได้ถ้าเราลงมือทำกันจริงๆ หน่วยงานรัฐก็ต้องเอาจริงกับโรงงานให้เหมือนต่างประเทศ” ผู้พิพากษาอาวุโสกล่าว

นายศรีอัมพรกล่าวว่า บ้านตนอยู่แถวท่าพระซึ่งใกล้กับพื้นที่ฝุ่นควันมาก ทุกวันนี้ต้องปิดบ้านด้วยประตูกระจกตลอดและก็จำเป็นที่จะต้องเปิดแอร์ถ้าอากาศร้อนมาก

“ลองคิดดูเรื่องนี้คนเดือดร้อนกันทั่ว แล้วถ้าประชาชนที่มีฐานะอยู่ในระดับรากหญ้าล่ะ เขาไม่ตายกันหมดหรอ หรือบุคคลที่จะต้องเช่าหอแล้วมีแต่พัดลม หรือบ้านที่ไม่สามารถจะปิดป้องกันฝุ่นได้อย่างแน่นหนาเขาจะทำยังไง ขนาดบ้านผมมีกระจกปิดป้องกันเดินเท้าเปล่ายังพบฝุ่นเกาะที่พื้นในห้องเต็มไปหมด เรื่องนี้ไม่ใช่จะเสียหายเฉพาะเศรษฐกิจอย่างเดียว มันเสียหายไปถึงสุขภาพซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ คิดดูจะมีคนป่วยเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่แล้วรัฐจะต้องใช้เงินมาเยียวยารักษาคนที่ป่วยจากฝุ่นพิษเป็นเงินเท่าไหร่ ผมว่าเป็นแสนล้าน เราไม่ทำมาตรการอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็แล้วแต่จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าจะเป็นกรมโรงงานหรือหน่วยงานอื่นๆ ก็ดี มันต้องจริงจังเรื่องมลพิษเพราะเป็นภัยอันตรายที่นานาชาติถือว่าเป็นภัยอันตรายต่อโลกต่อมนุษย์ชาติไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยอย่างเดียว ที่ผมออกมาพูดเพราะผมห่วงสุขภาพประชาชนชาวไทย ผมยังมีความวิตกกังวลในเรื่องนี้และยังมีคนที่ไม่รู้ถึงอันตรายก็จะกลายเป็นตายผ่อนส่งไม่รู้ตัว รัฐต้องใช้มาตรการเด็ดขาด จะมาล้างถนนอย่างเดียวไม่พอมันต้องลดการจราจรลง” ผู้พิพากษาอาวุโสกล่าวย้ำ