ก.พ.ร.เสนอตั้ง กก.ขับเคลื่อนกระทรวงการอุดมฯ “สุวิทย์” ห่วงไม่ทันรัฐบาลนี้
วันที่ 29 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่า มีความคืบหน้าไปมาก โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้พิจารณาในวาระ 1 รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติทั้ง 11 ฉบับ โดยมีกฎหมาย 5 ฉบับหลัก คือ ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ….ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ….และตั้งคณะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. สนช.มีการพิจารณาไปแล้ว 8 ครั้ง โดยคู่ขนานกันนั้น สำนักงาน ก.พ.ร. ได้เสนอนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการอุดมศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และด้านกฎหมาย รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานกลาง ได้แก่ สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เพื่อทำหน้าที่จัดโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและอัตรากำลัง จัดทำแผนและขั้นตอนการถ่ายโอนทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ ภาระผูกพัน อัตรากำลัง รวมทั้งทบทวนการจัดโครงสร้างส่วนราชการที่เหลือให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ที่การพิจารณาของ สนช.ที่จะมีเวลาถึงเดือน มีนาคม นี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ สนช.เร่งพิจารณานำขึ้นมาเป็นวาระต้นๆ เพราะการตั้งกระทรวงอุดมฯ เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้เสร็จสิ้นก่อนมีรัฐบาลใหม่ เพราะจะนำไปสู่การปฏิรูปใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. การปฏิรูปการบริหารภาครัฐ จัดให้มีองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนงานการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น การจัดให้มีการบริหารที่คล่องตัวแบบองค์กรมหาชนและมหาวิทยาลัยในกำกับ เป็นต้น 2. การปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อขับเคลื่อนให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน เช่น การจัดจ้างวิจัย การส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น และ 3.ปฏิรูประบบงบประมาณให้มีประสิทธิภาพผ่านกองทุนโดยจัดสรรงบประมาณในลักษณะเสนอของบประมาณเป็นวงเงินรวมตอบโจทย์ที่สำคัญและสามารถทำการวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง

