191 ล่อซื้อจับหนุ่มอุดรฯเปิดเฟซรับทำทะเบียนปลอม ของกลางอื้อขยายผลลูกค้า อีกรายรวบแก๊งเงินกู้รีดดอกโหด

29.01.19 | 16:35 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ191 พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ.  พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ รองผกก.สายตรวจพ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ.แถลงจับกุมคดีสำคัญ


ผบก.191 กล่าวว่า คดีแรกจับผู้ต้องหาปลอมแปลงเอกสารราชการ ตามนโยบายของพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. สั่งการให้ระดมกวาดล้างและกวดขันปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนมายัง สายด่วน 191 ว่า มีผู้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถที่มีตัวเลขและตัวอักษรตรงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถของตนไปใช้กับรถคันอื่น ทำให้ได้รับใบสั่งว่ากระทำความผิดจราจรส่งมายังบ้าน สร้างความเดือดร้อน กรณีนี้เป็นช่องทางให้อาชญากรหรือผู้ที่คิดว่าจะกระทำความผิดนำไปใช้ในก่อเหตุ และยากต่อการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี อีกทั้ง ยังสร้างความเดือนร้อนให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึง ทำให้รัฐสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล

“จึงสั่งการให้ทำการสืบสวนจนพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ประกาศรับจัดทำและจำหน่ายแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถ และแผ่นป้ายทะเบียนรถ โดยคิดค่าบริการรายการต่างๆในราคาต่างกันไป จึงทำการล่อซื้อ โดยสั่งทำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถ และแผ่นป้ายทะเบียนรถ  จากนั้นจึงทำหนังสือและส่งตัวอย่างแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีและแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ได้จากการล่อซื้อให้กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบผลการตรวจสอบพบว่า เป็นแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถปลอม และแผ่นป้ายทะเบียนรถปลอม สืบสวนต่อจนทราบว่า บุคคลซึ่งเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กและลักลอบรับทำและเป็นผู้ส่งพัสดุ คือนายพศ โภคินอัคร อายุ 30 ปี ชาวจ.อุดรธานี จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายจับจากศาลจังหวัดนนทบุรี ได้อนุมัติหมายจับนายพศ  ในข้อหา ปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดอุดรธานี เพื่อค้นบ้านเลขที่ 59/172 หมู่ 5 ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี ตามหมายค้นศาลจังหวัดอุดรธานีที่ 15/2562 ลงวันที่ 25 มกราคม 2562 จนจับกุมตัวนายนายพศ ได้ที่บ้านพักดังกล่าวเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมตรวจยึด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก  2 เครื่อง ปริ้นเตอร์ จำนวน 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ  2 เครื่อง แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถ ซึ่งยังไม่ได้ระบุ ทะเบียนรถ และวันหมดอายุ  1 แผ่น สำเนารายการจดทะเบียนรถยนต์ จำนวน 2 แผ่น สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม สติกเกอร์ EMS post จำนวน 35 แผ่น ซองเอกสารสีน้ำตาล จำนวน 59 ซอง กระดาษการ์ดขาว คาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดทำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถปลอม โดยในชั้นการจับกุมนายพศ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้น เจ้าหน้าที่ ได้ขยายผลจนสามารถตรวจยึดรถพร้อมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถปลอม  แผ่นป้ายทะเบียนรถปลอม ที่เครือข่ายลูกค้าซื้อจาก นายพศ และนำมาใช้จริง จำนวนหลายรายการ จึงมีการสืบสวนสอบสวนต่อจนทราบถึงพาหนะที่นำทะเบียนและแผ่นป้ายปลอมไปใช้ แบ่งเป็นรถยนต์ จำนวน 4 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน” พล.ต.ต.สำราญ กล่าว

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำรถของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบว่าเป็นรถที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าเป็นรถที่ได้มาจากการกระทำผิดก็จะเชิญตัวเจ้าของรถมารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนความคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนของแต่ละพื้นที่ดำเนินคดีในข้อหาปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม ฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับใบสั่งทั้งๆที่ไม่เคยไปในพื้นที่ที่ถูกออกใบสั่ง มาร้องทุกข์เพิ่มเติมเพื่อทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

Advertisement

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ทำการจับกุม นายฤาชัย หรือต่อ กอบธรรม อายุ 31 ปี ชาว จ.จันทบุรี น.ส.ภัคนันท์ เจริญลาภ อายุ 32 ปี ชาวจ.ชลบุรี ภรรยาของนายฤาชัย นายณัฐพล แก้วฤทธิ์ อายุ 20 ปี ชาวจ.จันทบุรี นายภูวนาท นิลใหม่ อายุ 20 ปี ชาวจ.จันทบุรี และนายยี(นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาวจ.กทม. พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ 5คัน รถยนต์  2คัน โทรศัพท์มือถือ  นามบัตรทรัพย์มณีเงินทุน จำนวน 3,000 ใบ สมุดบัญชีรายการยอดเงินผู้กู้ 2 เล่ม รายชื่อเบอร์โทรศัพท์ของผู้กู้ 1 แผ่น เอกสารสัญญากู้ยืมเงินจำนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ 3 ฉบับ และเอกสารการกู้ยืมเงิน 14 ฉบับ

พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สายตรวจ 191 ได้รับแจ้งว่า มีนายทุน ชื่อนายฤาชัยหรือต่อ ฉายาเฉาก๊วย นำเงินมาปล่อยกู้ คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และยังปล่อยให้กู้โดยใช้รถเป็นหลักประกันไว้ ในอัตราร้อยละ 30 บาทต่อเดือน ใช้ชื่อในนามบัตรว่า “ทรัพย์มณีเงินทุน” โดยนายฤาชัย มีลูกน้องที่ร่วมทำงานในการปล่อยเงินกู้ 4-5 คน ใช้รถจจักรยานยนต์ 4-5 คัน ตระเวนปล่อยเงินกู้ตามตลาดนัดและคนทั่วไปในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยปล่อยให้กู้เงินเป็นรายวัน จำนวน 10,000 บาทต่อราย และในครั้งแรกจะต้องจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นวันละ 600 บาทจนครบ 22 วัน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 30 บาทต่อเดือน ส่วนการใช้รถเป็นหลักประกัน จะประเมินตามสภาพรถและผ่อนชำระเป็นรายเดือนแล้วแต่ราคารถ เจ้าหน้าที่จึงวางแผน ก่อนทำการจับกุมผู้ต้องหาที่ห้างสรรพสิค้าย่านสุขสวัสดิ์ ต่อเนื่องบ้านพักเลขที่ 888/121 หมู่ 2 ซอยประชาอุทิศ 90 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นสำนักงานของแก๊งนี้ ได้รวม 5 ราย

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำลักษณะนี้มานานประมาณ 1 ปี และจากการตรวจสอบไม่พบว่าเคยทำร้ายลูกหนี้ สำหรับพฤติการณ์ของแก้งเฉาก๊วย มีเงินหมุนเวียนเดือนละสองแสนบาท การทำงานจะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีนายฤาชาเป็นหัวหน้าและนายทุน น.ส.ภัคนันท์ ภรรยาของนายฤาชา เป็นเจ้าของบัญชีที่ลูกค้าจะโอนเข้า นายภูวนาทแจกนามบัตรทรัพย์มณีเงินทุน และหาลูกค้า นายณัฐพลและนายกฤษฏา ทำหน้าที่เก็บเงินและแจกนามบัตร ส่วนค่าจ้าง นายฤาชา จะให้เงินลูกน้องทั้ง 4 คน คนละ 5,000 บาทต่อเดือน และมีค่าน้ำมันสำหรับใช้รถจยย.คอยเก็บเงินกับหาลูกค้าอีกวันละ 100 บาท ปัจจุบันมีรายชื่อลูกหนี้อยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีกว่า 50 คน โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานปปง. ดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์ต่อไป