‘กทม.’ เตรียมกำหนดเงื่อนไขลดฝุ่นแนบท้ายใบอนุญาตก่อสร้าง เล็งคุมปริมาณรถยนต์

30.01.19 | 14:58 น.

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 30 มกราคม ที่ศาลาว่าการกทม. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. แถลงผลภายหลังร่วมหารือกับผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข (คพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กองบังคับการตำรวจราจร (บก.จร.) สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย สำนักการโยธา และ 50 สำนักงานเขต ว่า การประชุมเพื่อรับทราบประกาศตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ฉบับที่ 3 เรื่อง การควบคุมพื้นที่เหตุรำคาญจากผลกระทบเรื่องสภาพอากาศ ทั้งกรณี การก่อสร้างที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่นเดียวกับการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในใบอนุญาตการก่อสร้างของภาคเอกชนต่อไปในอนาคต รวมทั้งการเชิญตัวแทนจากเจ้าของอาคารสูงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อขอความร่วมมือในการพ่นละอองน้ำจากตึกสูงในการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า พื้นที่วิกฤตต้องเฝ้าระวัง 5 อันดับแรกประกอบด้วย 1.พื้นที่เขตบางคอแหลม บริเวณเรียบถนนตก 2.เขตบางเขน และเขตจตุจักร บริเวณถนนพหลโยธิน 3.เขตบางขุนเทียน บริเวณถนนพระราม 2 4.เขตปทุมวัน บริเวณจามจุรีสแควร์ 5.เขตวังทองหลาง และเขตลาดพร้าว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีงานก่อสร้าง และการจราจรอย่างหนาแน่น ทั้งนี้ ได้สั่งการเขตที่รับผิดชอบเพิ่มมาตรการดำเนินการลดฝุ่นละอองและการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม พร้อมติดตั้งเครื่องพ่นหมอกน้ำ หากมีปัญหาอย่างต่อเนื่องอาจต้องยกระดับมาตรการ อาทิ การควบคุมจำนวนรถยนต์ในพื้นที่ในช่วงเวาลาเร่งด่วน โดยประเด็นนี้จะต้องหารือกันต่อไป สำหรับฝุ่นละออง PM 2.5 นั้น ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากรถยนต์เป็นหลัก ประกอบกับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และภาวะอากาศกดตัว ทำให้อากาศไม่เคลื่อนที่ อย่างไรก็ตาม หากกทม.ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนภาคเอกชน ตนเชื่อว่าปัญหานี้ดังกล่าวจะดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าบริเวณถนนพระราม 2 ที่ติดกับจ.สมุทรสาคร นั้นเป็นพื้นที่ประสบปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองมาก กทม.จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับผุ้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเอง พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีโรงงานกว่า 2,000 แห่ง ประกอบกับถนนพระราม 2 มีโครงการปรับปรุงถนน ทำให้บางครั้งอาจเกิดรถติดกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนนี้จะต้องหารือร่วมกันก่อนว่าจะแก้ไขอย่างไร

“ตอนนี้ กทม.ประกาศพื้นที่ทั้ง 50 เขต ในกทม.เป็นพื้นที่ควบคุมทั้งหมดและผมเชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ สำหรับเกณฑ์การกำหนดพื้นที่ควบคุมที่ต้องยกระดับนั้น ต้องพิจารณาเป็นแต่ละพื้นที่ไป ส่วนการควบคุมการจราจรนั้น จะมีการหารือต่อไปในอนาคตถึงแนวทางการจำกัด โดยที่พี่น้องประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพและการจราจร” นายทวีศักดิ์  กล่าว

 

Advertisement