กรมธรณี ชี้ โคลนพุผุด กลางทุ่ง เหตุจากแรงดันใต้น้ำ ดิน แร่ ทำปฏิกิริยา พองตัวจนนิ่มเหลว

30.01.19 | 17:06 น.

กรมธรณี ชี้ โคลนพุผุด กลางทุ่ง เหตุจากแรงดันใต้น้ำ ดิน แร่ ทำปฏิกิริยา พองตัวจนนิ่มเหลว

เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ลงพื้นที่สำรวจกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีโคลนผุดกลางทุ่งนาบ้านหนองกุงน้อย ม.10 ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา

นายสมหมาย กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนามีเนื้อที่ 20 ไร่ มีความสูงงอยู่ในช่วง 200-220 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง จากการสอบถามข้อมูลเจ้าของที่ดินพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2540 บริเวณที่โคลนไหลขึ้นมามีลักษณะเป็นเนินดินนูนสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร มีรูปทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-5 เมตร เมื่อหยั่งด้วยไม้ลงไปตรงกลางหลุมมีความลึกประมาณ 5-6 เมตร บริเวณตรงกลางจะมีน้ำไหลผุดออกมาพร้อมกับดินเหนียวปนดินทราย เมื่อแห้งโคลนดังกล่าวจะแตกเป็นระแหง นอกจากนี้แล้วบางหลุมที่แห้งไปนานแล้ว จะพบคราบเกลือสีขาวเกาะบนผิวดินมีรสขม น้ำที่ไหลออกมาจากปากหลุม เมื่อทดสอบค่าความเป็นกรด-ด่าง ด้วยกระดาษ ลิตมัส พบมีค่าความเป็นด่างสูง สภาพธรณีวิทยาบริเวณที่เกิดเหตุรองรับด้วยหมวดหินมหาสารคาม ซึ่งประกอบด้วยชั้นเกลือหิน และหินดินดาน

Advertisement

อธิบดีทธ. กล่าวต่อว่า สาเหตุการเกิดจากลักษณะทางกายภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยกระบวนการทางธรณีวิทยา ที่เรียกว่า “โคลนพุ” โดยมีสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ประการคือ 1.บริเวณดังกล่าวมีแรงดันของน้ำใต้ดินสูง 2.มีรอยแตกและรอยแยกที่ยอมให้น้ำที่มีแรงดันดังกล่าวไหลขึ้นสู่ผิวดินได้ 3.สภาพธรณีวิทยาด้านล่างมีกลุ่มดินหรือแร่ที่ทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วเกิดการพองตัวมีสภาพนิ่มและเหลว ไหลขึ้นมาพร้อมกับน้ำ

“ส่วนผลกระทบของโคลนพุ อาจทำให้สภาพดินเป็นด่างสูง ทำให้ไม่สามารถเพราะปลูกพืชได้ และห่วงเรื่องอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นชีวิตทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงที่อาจตกลงไปในหลุมโคลน เนื่องจากพื้นดินด่านล่างมีความอ่อนนิ่มหากคนหรือสัตว์เลี้ยงพลัดตกลงไปอาจจะเกิดอันตรายได้” อธิบดีทธ. กล่าว

อธิบดี ทธ. กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการลดผลกระทบในเบื้องต้น ได้ทำแนวกั้นไม่ให้ประชาชนและสัตว์เลี้ยงเข้าไปใกล้บริเวณที่โคลนพุขึ้นมา ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวควรมีการศึกษาถึงปัจจัยและสาเหตุของการเกิดโดยละเอียด เพื่อวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ เช่น การลดระดับแรงดันของน้ำร่วมกับการปรับปรุงสภาพดินให้สามารถกลับมาปลูกพืชได้ หรืออาจวางแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาโคลนพุ หรือวิจัยศึกษาการใช้ประโยชน์จากโคลนพุให้ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป