เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 31 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองผอ.ศปอส.ตร.) แถลงจับกุม นายวัฒนาพงษ์ พิธาวัฒนฐิติกุล ผู้ต้องหาเผยแพร่ข่าวทางเว็บไซต์ bangpunsara.com (แบ่งปันสาระ) บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินมาตรฐานอยู่ในขณะนี้ โดยระบุในข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้งที่ไม่เป็นความจริงเนื่องจากผู้เสียชีวิตป่วยด้วยโรคอื่น
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวที่เป็นเท็จปรากฏในเว็บไซต์ “www.bangpunsara.com” มีข้อความพาดหัวข่าวว่า “สังเวย 1ศพ PM2.5” เผยแพร่ โดยอ้างว่าค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 เกินมาตรฐานในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและปรากฏภาพผิวหนังของหญิงลักษณะพุพองที่แผ่นหลัง ใบหน้า ลำคอ ไหล่ รักษาตัวอยู่ใน โรงพยาบาล ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข และ บก.ปอท. ว่าข่าว ดังกล่าวไม่เป็นความจริง การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปอาจเกิดความสับสน หลงเชื่อและ แชร์ข้อมูลจนอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนได้ เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)รองโฆษก ปอท. กล่าวว่ากลังพบข้อมูลดังกล่าวจึงได้ทำการสืบสวนจับกุม เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้นำข้อมูลดังกล่าวมาเผยแพร่จริง โดยมุ่งหวังรายได้จากยอดโฆษณาทางเว็บไซต์เมื่อมีคนคลิกเข้ามาอ่านข่าวดังกล่าว ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาที่มีประชาชนสนใจปัญหาดังกล่าวจึงทำให้มีผู้ติดตามข่าวดังกล่าวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนและเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมดำเนินคดีข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีอัตราโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000บาท พร้อมขยายผลยังพบว่ามีอีก 2 เว็บไซต์ คือ gmmwork.com กับ jookthai.com ที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันจึงได้ประสาน กสทช.ปิดเว็บไซต์ดังกล่าวไปแล้ว
“ฝากเตือนไปยังประชาชนให้ติดตามข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากหน่วยงานภาครัฐและเว็บไซต์สำนักข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น และอย่าส่งต่อหรือแชร์ข้อมูลหรือข่าวที่ไม่เป็นความจริง เพราะหากตรวจสอบพบจะถูกดำเนินคดีได้” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวและว่า เจ้าของเว็บไซต์ข่าวสารต่างๆ ให้ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะโพสต์ข้อมูลข่าวสารลงในเว็บไซต์ ประชาชน พึงระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรส่งต่อข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากโพสต์หรือส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนไม่เป็นความจริงจนเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดดังกล่าวต้องได้รับโทษเช่นเดียวกันกับผู้โพสต์

