เช้านี้ค่าฝุ่นลดลงแต่ยังเกินมาตรฐาน 35 สถานี ตรวจเข้มรถบรรทุกเข้มถึงมี.ค. หากวิกฤตให้ขรก.ทำงานที่บ้าน
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์กรมควบคุมมลพิษได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานครล่าสุดในช่วงเช้า ระบุว่าสถานการณ์ดีขึ้นกว่าวันก่อนหน้าอย่างไรก็ตามในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯยังคงมีค่าเกินมาตรฐาน ขณะที่เว็บไซต์ http://aqicn.org/city/bangkok/ วันค่าปริมาณฝุ่น PM2.5 ลดลงจากวันก่อนหน้าอยู่ที่ 134 อยู่ในระดับสีเหลือง ส่วนเว็บไซต์ https://www.airvisual.com มีระดับ PM2.5 ที่ 146 ระดับสีส้มเช่นกัน ขณะที่อันดับโลกเมืองที่มีอากาศย่ำแย่ เมืองเชียงใหม่ และกรุงเทพฯในวันนี้อันดับลดลงมาอยู่ที่ 18 และ 19 ตามลำดับ จากที่ในช่วงสองสามวันก่อนหน้านี้อันดับพุ่งขึ้นไปถึง อันดับ 3 ของโลก



เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลปริมาณ PM2.5 ลดลงจากเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกันเกือบทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 44-83 มคก./ลบ.ม. โดยปริมาณ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) แบ่งเป็นพื้นที่ริมถนนจำนวน 22 สถานี และพื้นที่ทั่วไป จำนวน 13 สถานี
สำหรับพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบสุขภาพ ได้แก่ บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.คลองหนึ่งอ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.บางเสาธงอ.บางเสาธง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบค่าระหว่าง 62 – 123 มคก./ลบ.ม.เกินมาตรฐานที่บริเวณ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา1. คพ. จัดประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากยานพาหนะ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก บก.จร. บช.น. ขสมก. กทม. จากที่ประชุมสรุปมาตรการแก้ไข PM2.5 โดย มาตรการ มาตรการเร่งด่วน เช่น ห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพชั้นกลางตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทันทีจนถึงเดือนมี.ค. ห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเข้าพื้นที่ กทม.ชั้นนอกตามระยะเวลาที่กำหนด, เร่งรัดนำน้ำมันเทียบเท่ามาตรฐาน EURO 5 (กำมะถันไม่เกิน 10 ppm) มาจำหน่ายในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลในช่วงเวลาวิกฤต ให้ข้าราชการทำงานที่บ้านหรือสลับวันในการทำงานที่บ้าน เพื่อลดจำนวนรถยนต์ในท้องถนน และขอความร่วมมือบริษัทเอกชนในการดำเนินการเช่นกัน
สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาว ได้แก่ เร่งรัดการบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงให้เทียบเท่ามาตรฐาน EURO 5 (กำมะถันไม่เกิน 10 ppm) ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2564 เร่งรัดการบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์ขนาดใหญ่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน EURO 6 ภายในปี พ.ศ. 2566 ปรับปรุงมาตรฐาน PM2.5 ค่าเฉลี่ยรายปีในบรรยากาศ ในปีที่มีการบังคับใช้มาตรฐาน EURO 6
2. บก.จร. ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.จร. ลงพื้นที่ตรวจควันจากท่อไอเสียรถประจำทาง ขสมก. ณ อู่จอดรถประจำทาง พระราม9 ถนนวัฒนะธรรม โดยมีการนำเครื่องตรวจวัดควันดำมาทำการตรวจวัดค่าควันดำที่ออกมาจากท่อไอเสียรถประจำทางที่อยู่ภายในอู่จำนวน 68 คัน ไม่พบรถเมล์ควันดำ 3. กระทรวงคมนาคม สั่งการให้ ขสมก. ใช้ไบโอดีเซล B20 ในรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 2,075 คัน ภายในวันที่ 1 ก.พ. 62 4. กทม. ได้ดำเนินการกวาดล้างถนนอย่างต่อเนื่องทุกเขต ทุกวัน
5. ผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 62 ไม่มีฝนตกจากการปฏิบัติการ 6. กอ.รมน. จะขับเคลื่อน สนับสนุนและเข้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน ทั้งพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัด ในสัปดาห์หน้า โดยเน้นการตรวจการบริหารจัดการและประเมินประสิทธิภาพกระบวนการบำบัดอากาศเสีย และน้ำเสียของโรงงาน ที่มีโรงงานเป้าหมาย ได้แก่ โรงงานที่มีหม้อไอน้ำ plant ผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานหล่อหลอมโลหะ รวมถึงโรงงานที่เคยถูกร้องเรียนปัญหาฝุ่นละออง
ทั้งนี้ จากโมเดลคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM2.5 ของ คพ. คาดการณ์ว่าในวันที่ 2 ก.พ. ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินมาตรการในการบรรเทาสถานการณ์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อาทิเช่น การประกาศปิดโรงเรียน และสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งส่งผลให้การจราจรคล่องตัวและลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การตรวจจับควันดำอย่างเข้มข้นโดยความร่วมมือของ บก.จร. กรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองลดลง

