ทช.ทุ่ม 1.4 พันล้าน ฟื้นฟูชายฝั่ง 23 จังหวัดทั่วประเทศ
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทช.) ถึงแผนการดำเนินงานในการฟื้นฟูชายฝั่งทะเลทั้ง 23 จังหวัดทั่วประเทศไทยในปีนี้ ทช.จัดงบประมาณสำหรับดำเนินการเรื่องี้ไว้ 1,412 ล้านบาท โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. การฟื้นฟูทรัพยากรในด้านต่างๆ ได้แก่ แนวปะการัง ป่าชายเลน และการกัดเซาะชายฝั่ง 2. การออกมาตรการป้องกันและดูแลทรัพยากรทางทะเล ซึ่งมีทั้งการออกระเบียบและมาตรการควบคุมไปจนถึงการมอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนจังหวัด เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
“ในส่วนการฟื้นฟูนั้น ทช. ตั้งเป้าว่าในปี 2562 จะ ปลูกแนวปะการังใน 10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ตราด ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสงขลา บนพื้นที่ 150 ไร่ เป็นปะการังจำนวน 240,000 กิ่ง รวมไปถึงการฟื้นฟูหญ้าทะเลในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชุมพร สงขลา และพังงา พื้นที่ 60 ไร่ เป็นหญ้าทะเลจำนวน 96,000 กอ “อธิบดีทช.กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับวาระเร่งด่วนสำคัญของปี 2562 แบ่งได้เป็น 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1.การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งใน 23 จังหวัดทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างทำ แต่จากนี้ไป ทช.จะเป็นผู้ดูแลภาพใหญ่ และประสานงานให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ทำ ทั้งส่วนท้องถิ่น และโยธาธิการจังหวัด รวมถึงต้องทำในรูปแบบที่ ทช.กำหนดเท่านั้น และต้องเร่งให้เสร็จเรียบร้อยใน 1-2 ปีนี้ 2.การฟื้นฟูป่าชายเลน ที่มีการหานวัตกรรมใหม่ๆ มาเพื่อแก้ไขปัญหาทางธรรมชาติ เช่น โครงการไม้โกงกางเทียมหรือนวัตกรรมซีออส (C-Aoss) ซึ่งมีต้นทุนเท่ากับไม้ไผ่ เป็นต้น และ 3. โครงการบูมหรือแขนดักขยะเพื่อให้ขยะที่ไหลมาตามแม่น้ำไม่สามารถเล็ดลอดออกไปสู่ทะเลได้มาก ซึ่งได้ติดต่อขอรับการสนับสนุนจาก Boyan Slat นักศึกษาชาวเนเธอร์แลนด์ผู้คิดค้นนวัตกรรมดังกล่าว และได้รับการตอบรับการสนับสนุนในการช่วยเหลือสำหรับจัดทำแล้ว
นายจตุพร กล่าวว่า ทช.ยังเร่งผลักดันในส่วนของกฎหมายมาตรการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งอยู่นอกเหนืออาณาเขตการดูแลของกรมอุทยานฯ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการร่วมมือระหว่าง ทช.กับกองทัพเรือที่เป็นฝ่ายความมั่นคง ว่าด้วยการห้ามกิจกรรมที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากตรวจพบจะถูกจับกุมและปรับฝนอัตราไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้ ทช. กำลังอยู่ในขั้นตอนการเสนอมาตรการควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมๆกับการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ได้แก่ การควบคุมเรือนำเที่ยว และไกด์นำเที่ยว ในด้านรายละเอียดทางใบอนุญาต และการควบคุมประกบนักท่องเที่ยวระหว่างกิจกรรมดำน้ำชมปะการังของไกด์นำเที่ยวอย่างเป็นระบบมาตรการเดียวกับสากลที่ทำกันทั่วโลก เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อธรรมชาติน้อยที่สุด ซึ่งได้ผ่านคณะกรรมการชาติแล้ว คาดว่าจะมีผลภายใน 1-2 เดือน รวมไปถึงแนวทางการจำกัดนักท่องเที่ยวในการขึ้นเกาะที่อยู่นอกเขตอุทยานฯที่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาในการวางระเบียบร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนจังหวัดในการควบคุม

