เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้นำระบบการส่งเอกสารและการประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (e-Notice System) มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 ศาลยุติธรรมทั่วประเทศได้นำระบบ e-Notice มาใช้แล้วครบทุกศาล มีจำนวนประกาศที่ลงในระบบดังกล่าวจำนวน 16,542 ประกาศ ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,271,000 บาท และลดระยะเวลาในการปฏิบัติงานของศาลยุติธรรมและประชาชนได้ถึง 74,439 วัน
จากสถิติดังกล่าวเห็นได้ว่าระบบ e-Notice System สามารถทำให้การดำเนินการประกาศนัดไต่สวนคำร้องขอต่าง ๆ สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก ประโยชน์ของระบบนี้จึงตกได้แก่คู่ความและการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล อีกทั้งยังสนองตอบต่อนโยบายประธานศาลฎีกา ที่มุ่งเน้นให้เพิ่มการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคดี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ง่ายขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง
โฆษกศาลยุติธรรมอธิบายเพิ่มเติมว่า ระบบการส่งเอกสารและการประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (e-Notice System) เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์กลางสำหรับศาลที่จะใช้ในการประกาศนัดไต่สวนคำร้องขอต่าง ๆ เช่น คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก คำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตร แทนการประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือใช้ลงโฆษณาประกาศคำฟ้องและเอกสารทางคดีอื่น ๆ ในกรณีที่ไม่สามารถส่งด้วยเจ้าพนักงานศาลหรือวิธีอื่นได้ โดยคู่ความ ทนายความ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถขอให้ศาลประกาศนัดไต่สวนคำร้องขอหรือลงโฆษณาเอกสารทางคดีต่าง ๆ ด้วยระบบ e-Notice System โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไปสามารถติดตามประกาศของศาลผ่านทางเว็บไซต์ https://enotice.coj.go.th ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการประกาศเอกสารทางคดีต่าง ๆ ของศาลแล้ว ยังทำให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการประกาศทางหนังสือพิมพ์อีกด้วย ทั้งยังเป็นการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการประทับรับรองเวลา (time stamp) ลงในเอกสารที่ได้ประกาศทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้มีการลงประกาศไปแล้วเมื่อใด นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของคู่ความ โดยจะทำการลบข้อมูลออกจากเว็บไซต์กลางอัตโนมัติเมื่อมีการลงโฆษณาหรือประกาศผ่านระบบครบ 6 เดือน เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และมีคำเตือนแสดงขึ้นทุกครั้งที่มีผู้คลิกเข้าไปดูประกาศ

