กริ๊ง1197 แจ้งเบาะแสรถควันดำ รถใหญ่พ่นโดนปรับ 5 หมื่น-จี้”บิ๊กโปรเจค”ขอคืนผิวจราจร

2.02.19 | 15:14 น.
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ดูแลงานด้านจราจร กล่าวถึงมาตรการจัดการปัญหาฝุ่นควันจิ๋ว PM2.5 ว่าผลสรุปการแก้ไขปัญหาจากที่ประชุมวานนี้ ได้มีการปรับแผนทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยตั้งชุดสายตรวจควันดำ 5 ชุดภายใต้การควบคุมของกองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) กองกำกับการ 5 พร้อมแนะนำสายด่วน บก.จร. 1197 รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน และจะประสานงานร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลทั้ง 88 แห่ง ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ฝุ่นควันจะลดลงจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะปกติ


ต่อจากนี้จะไม่รอให้ผู้ขับขี่รถนนต์ควันดำเข้ามาเจอด่าน หรือเข้าไปตรวจเพียงในอู่รถเท่านั้น โดยจะเป็นการเข้าตรวจบริการด้วย ซึ่งจะประสานไปยังผู้ให้บริการรถขนส่งสาธารณะ เช่น ขสมก. ผู้ให้บริการรถตู้เอกชน ให้ตรวจสอบความเหมาะสมในการเพิ่มจำนวนรถที่จะเดินในแต่ละสายว่ามีความเหมาะสมหรือเกินความจำเป็นหรือไม่ เพราะบางสายก็จะมีรถวิ่งอยู่มาก อาจไม่ตรงความต้องการของคน รวมถึง สมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุก ให้ช่วยตรวจเช็คสภาพรถในควบคุมของตนเอง และปรับให้ไปใช้รถน้ำมันเบนซิน

และนอกจากนี้ ก็จะเชิญหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้างต่างๆ เข้ามาหารือ เพื่อเร่งรัดขอคืนพื้นผิวจราจรให้ได้มากและเร็วที่สุด เพื่อช่วยให้รถยนต์ขับได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับโทษของผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีควันดำเกินมาตรฐานนั้น จะถูกเปรียบเทียบปรับราคา 1,000 บาท ขณะที่ประเด็นการพ่นสีรถที่ควันดำเกินมาตรฐานนั้น ก็จะดำเนินไปควบคู่กัน แต่จะเป็นรถใหญ่ ซึ่งหากพบว่าถูกพ่นสีแล้วยังนำออกมาวิ่งบนท้องถนน ก็จะมีโทษเปรียบเทียบปรับสูงถึง 50,000 บาท ส่วนรถยนต์ขนาดเล็กจะถูกติดสติ๊กเกอร์ที่ออกให้โดยกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) หากฝ่าฝืนนำออกมาอีกก็จะเจอโทษปรับ 5,000บาท

Advertisement