ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษาด้านนโยบายสาธารณะของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นควันพิษเป็นอันตรายต่อประชากรสุขภาพของประชาชนมากกว่าที่รัฐบาลคิด และจากการวิจัยของรองศาสตราจารย์นายแพทย์ชายชาญ โพธิรัตน์ จากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยใหม่ พบว่า 1)การสูดควันพิษ PM 2.5 ที่อยู่ในระดับมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งปีจะส่งผลให้อายุสั้นลงประมาณหนึ่งปี 2)ทำให้เกิดการเสียชีวิตกระทันหันเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุได้ ซึ่งงานวิจัยพบว่าคนในจังหวัดเชียงใหม่หลังจากที่เกิดควันพิษติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมาอัตราการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุที่เชียงใหม่สูงขึ้น 1.6% และ3)เกิดโรคร้ายแรง เช่นโรคโลหิตในสมองแตก โรคหลอดเลือดตีบตัน และโรคมะเร็งปอด เป็นต้น
เมื่อฝุ่นควันพิษนี้ฟุ้งกระจายเป็นบริเวณกว้างและไม่ถูกจัดการให้หมดไป ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องสูดหายใจฝุ่นควันพิษเข้าไปอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตของประชาชนและการเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชนจำนวนมหาศาลที่จะนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ชาติไทย
นายกนก กล่าวว่า สิ่งที่อยากขอคือ ให้รัฐบาลตระหนักอย่างจริงจัง เพราะรัฐบาลสามารถออกคำสั่ง เช่น ให้รถราชการและขสมก.ที่ใช้เป็นสามารถใส่เครื่องกรองอากาศได้ทันที ทำได้เลยสัปดาห์หน้า หรือ จัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อติดตามและตรวจสอบคุณภาพอากาศพร้อมกับพร้อมกับวิจัยนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพอากาศเพื่อเสนอรัฐบาลเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ อยากให้ดำเนินการอย่างจริงใจไม่มีนัยยะทางการเมืองเพราะทั้งหมดเป็นเรื่องของสุขภาพและชีวิตประชาชน

