เร่งช่วยแม่-ลูกชายสมองพิการนอนอยู่บ้าน30 ปี ตร.ไม่แจ้งข้อหาชี้ไร้เจตนา

4.02.19 | 15:20 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 มกราคม มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานตำรวจ สน.โชคชัย ในการขอหมายศาลเข้าตรวจสอบตึกแถว 3 ชั้น ย่านโชคชัย4 ตรงข้ามรพ.เปาโล หลังมีพลเมืองดีแจ้งไปยังมูลนิธิ ว่าพบชายสภาพคล้ายคนป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ถูกขังอยู่ภายในตัวอาคารดังกล่าวที่มีกองขยะอยู่มากมาย ซึ่งคนในพื้นที่อ้างว่าชายคนนั้นได้ถูกขังมานานหลายสิบปีนั้น


เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 4 มกราคม ที่ รพ.ยันฮี ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประทวน แมลงทับ สว.สอบสวน สน.โชคชัย ,น.ส.ดรุณี มนัสวานิช ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ,นพ.ชวลิต หล้าคำมี หัวหน้าศูนย์อายุรกรรม รพ.ยันฮี และ นพ.นเรศศักดิ์ เหล่าสงวนเอก แผนกประสาทวิทยา เข้าตรวจเยี่ยมอาการนายโต้ง ชายอายุประมาณ 40 ปี ที่มีอาการป่วยทางสมอง และอาศัยอยู่ภายในตึกแถวดังกล่าว โดยมีนางแมว มารดาอายุ 60 ปี เป็นผู้เลี้ยงดู

นางปวีณา กล่าวว่า เบื้องต้นจากการพูดคุยกับสน.โชคชัยแล้ว ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนางแมว ในความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวอย่างใด โดยต่อจากนี้จะทำการประสานไปยังสำนักงานเขตลาดพร้าว เพื่อเข้าทำความสะอาดตึกแถวที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ต่อไป โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ต่อจากนี้

ด้าน นพ.ชวลิต กล่าวว่า หลังจากที่ได้ตรวจสอบอาการของผู้ป่วย พร้อมตรวจร่างกายโดยเบื้องต้นพบว่าระบบการทำงานโดยรวมปกติดี ผู้ป่วยรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้ ไม่มีร่องรอยบาดแผลตามตัว และสามารถขยับแขนขาได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถเดินเหินได้ จึงได้ทำการอาบน้ำตัดผม ซึ่งผู้ป่วยสามารถทานอาหารเองได้

Advertisement

อย่างไรก็ตาม เมื่อซักถามประวัติจากมารดา ทราบว่านายโต้งเคยมีอาการชักรุนแรงจนกระทั่งล้มป่วยหนักและไม่ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องและเหมาะสมเพื่อให้อาการหายขาด จึงส่งผลต่อสมองทำให้เกิดปัญหาและไม่สามารถเดินได้

ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลรักษาสุขภาพระยะยาวภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่กับแพทย์ตลอด โดยจะเริ่มจากการฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อ การให้อาหารและสุดท้ายจึงจะรักษาอาการทางสมอง

พ.ต.ท.ประทวน กล่าวว่า ส่วนผลทางด้านคดีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิจารณาดูแล้วว่าไม่เข้าข่ายความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว เนื่องจากแม่ของผู้ป่วยไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำผิด ไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญบุตรให้อยู่แต่ในบ้าน เพียงแต่เป็นการเลี้ยงดูตามสภาพความเป็นอยู่ ซึ่งนางแมวเองเป็นผู้เลี้ยงดูนายโต้ง คนเดียวเท่านั้นเนื่องจากสามีได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยนางแมวยังอยู่อาศัยด้วยกันกับนายโต้ง คอยนำอาหารมาให้ แต่ต้องให้อยู่ในบ้านระหว่างที่ออกไปทำมาหากิน

ขณะที่น.ส.ดรุณี กล่าวว่า ต่อจากนี้จะมีการพูดคุยกันเพื่อบูรณาการความช่วยเหลือ จะประสานความร่วมมือไปยังพม. เพื่อหาแนวทางบำบัดและจัดหาเรื่องที่พักพิง พร้อมให้ประเมินสภาพความพิการของนายโต้งว่าอยู่ในระดับใด เพื่อยื่นเรื่องขอรับสิทธิ์บัตรคนพิการ นำไปใช้สวัสดิการในด้านต่างๆ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยติดตามดูแล ส่วนนางแมว มารดานั้นจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพจิตใจอีกครั้ง เพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด พร้อมให้ความช่วยเหลือในการส่งเสริมอาชีพของมรรดาอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ตนขอฝากไปยังผู้ปกครองหากมีปัญหาในการเลี้ยงดูบุตร สามารถโทรศัพท์ติดต่อสายด่วน พม. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทางเราจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลได้ทันท่วงที