สอว.ตั้ง”โรงงานนวัตกรรมอาหารครบวงจร” เผยสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ 2.1 พันล้าน

4.02.19 | 16:12 น.

สอว.ตั้ง”โรงงานนวัตกรรมอาหารครบวงจร”
เผยสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ 2.1 พันล้าน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ น.ส.ทิพวัลย์ เวชการัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์(สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยว่า สอว. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก วท.ในการสร้างโรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร (Innovative Food Fabrication Pilot Plant) แห่งแรกของภาคเหนือ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจได้ทดลองใช้บริการวิจัย พัฒนา และผลิตสินค้านวัตกรรมอาหารได้อย่างครบวงจร โดย สอว.จะร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการสนับสนุนพื้นที่ก่อสร้างโรงงานฯ ในเขตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 5.30 ไร่ ในอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ โดยมีอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายดำเนินการ พร้อมเริ่มก่อสร้างในเดือน กุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน กรกฎาคม 2562

ผู้อำนวยการ สอว.กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญของไทยซึ่งมีศักยภาพสูงในการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศและเพื่อการส่งออก ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ประเทศไทยในการเป็นครัวของโลก โดยโรงงาน จ.เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ได้สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 23,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของมูลค่าทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมอาหารในพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด สอว. จึงมีแผนสร้างโรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร เพื่อช่วยต่อยอดผลงานวิจัยโดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาปรับใช้ในการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐานให้เกิดขึ้นจริงผ่านการให้บริการอย่างครบวงจรในปริมาณที่เหมาะสมกับความสามารถของภาคเอกชน นับเป็นการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ในระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพและเครื่องมืออุปกรณ์ที่ครบพร้อมทันสมัย พร้อมตอบโจทย์ครอบคลุมธุรกิจอาหารในเขตพื้นที่ภาคเหนือ

ผศ.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ กล่าวถึงการให้บริการของโรงงานต้นแบบฯ ว่า โรงงานดังกล่าวให้บริการสำหรับการวิจัย พัฒนา และสร้างผลิตภัณฑ์ใน 4 สายการผลิต คาดว่าในระยะเวลา 5 ปีหลังจากเปิดให้บริการ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการเข้ารับบริการมูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท โดยสร้างโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือในกระบวนการแปรรูปอาหารที่ทันสมัยแก่ผู้ประกอบการได้จำนวนกว่า 700 ราย และเกิดการจ้างงานในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมากถึง 1,600 อัตรา พร้อมยกระดับผู้ประกอบการอาหารในพื้นที่ภาคเหนือด้วยผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าสูงให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้