ผอ.รพ.หนองแค แจงประเด็นญาติโวย รปภ.ฉกเงินกลาง รพ.

4.02.19 | 17:00 น.

ผอ.รพ.หนองแค แจงประเด็นญาติโวย รปภ.ฉกเงินกลาง รพ. ด้านสปสช.เสนอรพ.ส่งเรื่องเข้ากก.จังหวัดพิจารณา แต่หลักการม.41 ต้องเป็นความเสียหายจากการบริการทางการแพทย์

จากกรณีลูกสาวเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ถึงกรณีบิดา คือ  นายชยากร ช้างศรี อายุ 49 ปี บิดา อาชีพขับรถแท็กซี่ ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของโรงพยาบาลหนองแค จ.สระบุรี ลักทรัพย์  ขณะที่ล้มลงด้วยอาการโรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน ก่อนที่จะเข้าไปยังโรงพยาบาล พร้อมโวยปล่อยให้ตายคาลานจอดรถ หลังเกิดเหตุ ทางโรงพยาบาลยังไม่ให้ความช่วยหลือนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นพ.บัณฑิต ยืนยงสุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองแค จ.สระบุรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ข้อเท็จจริงแล้ว ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิด ทั้งหมดทางโรงพยาบาลได้ให้ทางญาติเอง และหลักฐานต่างๆ ก็ส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เรื่องนี้ต้องแยกว่า  ในส่วนของการก่อเหตุขโมย ก็ต้องเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการทางคดี ส่วนเจ้าหน้าที่ รปภ.รายนี้ เป็นลูกจ้างของทางโรงพยาบาล ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ไล่ออกตามระเบียบการจ้างงานแล้ว ส่วนเรื่องที่ทางญาติบอกว่า โรงพยาบาลไม่ได้ให้ความช่วยเหลือนั้น ตนก็อยากช่วย แต่ต้องขอดูตามระเบียบมาตรา 41 ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ว่า จะสามารถให้การช่วยเหลือได้หรือไม่ เพราะตามมาตรา 41 เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ที่ได้รับผลจากการบริการทางการแพทย์ ซึ่งจุดนี้ต้องอยู่ที่ระเบียบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ  รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับมาตรา 41 ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากความเสียหายจากการบริการทางการแพทย์ ก็ต้องพิจารณาว่า ได้เข้ามาในโรงพยาบาลจริง แต่ยังไม่ถึงการเข้ารับบริการทางการแพทย์ ส่วนเจ้าหน้าที่ รปภ.จะเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือไม่ก็ต้องดูนิยาม แต่ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราวก็น่าจะยากหรือไม่ ดังนั้น เพื่อให้ชัดเจนและเกิดการตีความอย่างถูกต้อง ว่า เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือหรือไม่นั้น   เรื่องนี้มีคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาเบื้องต้นก่อน ก็อยู่ที่ทางโรงพยาบาลจะยื่นเรื่องนี้ให้พิจารณาหรือไม่ แต่เชื่อว่า ทางโรงพยาบาลต้องยื่นเข้ามา เพราะเป็นหลักการอยู่แล้ว ก็จะอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาเรื่องนี้

นพ.สุระ​ วิเศษศักดิ์​ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข​ เขตสุขภาพที่4 กล่าวว่า​ กระทรวงสาธารณสุขต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตด้วย​ และทางกระทรวงจะมีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด​ เนื่องจาก​ นพ.สุขุม​ กาญจนพิมาย​ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ ให้ความสำคัญมากว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงต้องไม่โกงและกำชับมาตลอดว่าเราเป็นผู้ให้บริการ ​ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างดี​ และจริงๆแล้วก่อนรับเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานกระทรวงก็มีการตรวจสอบประวัติก่อนทุกราย​อยู่แล้ว​ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น​ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย​ (รปภ.)​ที่โรงพยาบาลจ้างเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้​ ได้ทำการก่อคดีดังกล่าว​ขึ้น โรงพยาบาลจึงได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนและเบื้องต้นได้ไล่รปภ.ไปออกแล้ว​ นอกจากนี้โรงพยาบาลยังได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว กระทรวงได้มอบหมายให้พื้นที่ทำการตรวจสอบว่า จะได้รับการคุ้มครองตามระเบียบมาตรา 41 ของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ​ พ. ศ. 2545 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ​(สปสช.)หรือไม่​ เนื่องจากผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษา​ แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขก็จะให้ในพื้นที่มีการตรวจสอบต่อไปว่าจะช่วยเยียวยาวิธีอื่นได้อีกหรือไม่​

Advertisement