ชาวบ้านหนุน ก.ม.อุทยานฯ-สัตว์ป่า ให้ อาศัยทำกินถูกต้อง ลดปัญหาเหลื่อมล้ำ

5.02.19 | 16:35 น.

ชาวบ้านหนุนกฎหมายอุทยานฯ-สัตว์ป่า ให้ อาศัยทำกินถูกกฏหมาย ลดปัญหาเหลื่อมล้ำทางสังคม

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กลุ่มเครือข่ายราษฎรในพื้นที่ จ.น่าน ราว 100 คนเดินทางมายังศาลากลาง จ.น่าน เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) อุทยานแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่าตามที่ผู้ยื่นหนังสือกับพวก ซึ่งมีที่ดินทำกินอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ บางรายมีที่ดินอยู่ใกล้เคียงอุทยานแห่งชาติ และบางรายมีที่ดินทำกินอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า หรือใกล้เคียงพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า บางรายทำกินมาก่อนเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บางรายทำกินหลังจากกำหนดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งที่ผ่านมาต้องทำกินแบบหลบๆซ่อนๆ เกรงจะถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าจับกุมดำเนินคดี ไม่กล้าที่จะพัฒนา ปรับปรุงพื้นดินให้มีคุณภาพดี ไม่กล้าที่จะพัฒนาทำการเกษตร ไม่กล้าลงทุนปลูกพืชผลราคาดีตามที่ตลาดต้องการ ทำให้มีรายได้จากการทำเกษตรลดลงทุกปี มีต้นทุนสูง ครอบครัวต้องแตกแยกไปประกอบอาชีพอื่น เกิดปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัวส่งผลกระทบต่อการศึกษาของลูก นอกจากนี้เส้นทางเข้าไปในพื้นที่ทำกิน การขยายเขตไฟฟ้า การสร้างอ่างเก็บน้ำ ก็ไม่ได้รับการสนับสนุน เนื่องจากที่ดินเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขาดโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตต่างๆ บางครั้งพ่อค้าไม่รับซื้อผลผลิตที่ออกจากพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง เกิดความเหลื่อมล้ำแตกต่างจากพื้นที่ที่มีสิทธิถูกต้อง การปลูกพืชที่ตลาดต้องการหรือพืชราคาดีไม่สามารถขอหนังสือรับรองแหล่งผลผลิต เพราะไม่มีหลักฐานทางที่ดิน ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่มีการแก้ไขปัญหาได้ เท่าที่ทราบก็เห็นมีเจ้าหน้าที่มาทำการให้แก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ก็สามารถคุ้มครองราษฎรไม่ให้โดนจับกุมได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้รับสิทธิที่ถูกต้อง จากความจำเป็นดังกล่าว

 

Advertisement

ภายใต้หนังสือฉบับดังกล่าวได้เรียกร้อง ดังนี้ 1. ต้องการสิทธิ์ทำกินได้อย่างถูกต้อง 2. ให้มีการอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพได้ ช่วยเหลือปัจจัยการผลิตได้ รับเงินช่วยเหลือชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติ สามารถออกหนังสือรับรองแหล่งผลิตได้ 3. ให้มีการอนุญาตเข้าไปก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานได้ เช่น แหล่งน้ำ ไฟฟ้า ประปา ถนน ฯลฯ 4. ต้องการปลูกไม้มีค่าได้ ขายได้ ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ เช่น ไม้สัก หวาย ไผ่ เป็นต้น

กลุ่มชาวบล้านระบุว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งรอมานานและเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี โดยขอสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายอุทยานแห่งชาติและกฎหมายการอนุรักษ์สัตว์ป่า ตามที่ได้ให้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ สามารถทำกินได้อย่างถูกต้อง พัฒนาพื้นดิน พัฒนาอาชีพ เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพ มีรายได้แน่นอน อีกทั้ง สามารถแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินในพื้นที่อนุรักษ์ ลดความขัดแย้ง ลดการจับกุมดำเนินคดี เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์ป่าไม้ ทำให้ราษฎรทราบและยอมรับขอบเขตการถือครองที่ดินทำกิน และขอบเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เกิดความมั่นใจในสิทธิการทำกิน หยุดยั้งการบุกรุกขยายพื้นที่ ทำให้เกิดความเป็นธรรมในสิทธิทำกิน ลดปัญหาครอบครัว ลดปัญหาสังคม และการปกครอง สามารถส่งเสริมอาชีพมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือจากทางราชการ เกี่ยวกับปัจจัยการผลิต ค่าชดเชยจากภัยภิบัติ ค่าตอบแทนจากทางราชการ ลดความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาในด้านต่างๆ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ เป็นต้น

 

 

สำหรับร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งแต่งตั้งโดยสนช. สำหรับร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสนช.ในเร็ววันนี้ ซึ่งเชื่อว่ากฏหมายทั้งสองฉบับจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาราษฎรที่อาศัยทำกินอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต