จับได้แล้วทั้ง 2 จุด เผาป้ายผู้สมัครพลังประชารัฐ ลาดพร้าวรวบนศ. ตร.ชี้สาเหตุเดียวกันเป๊ะ เมามือลั่น จุดไฟเผา!!

6.02.19 | 16:48 น.

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผุ้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยถึงเหตุเผาทำลายป้าย นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 24 (ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ) พรรคพลังประชารัฐ บริเวณถนนราษฎร์บูรณะ ระหว่าง ซอย 37-38 ภายหลังติดป้ายเพียง 2 ชั่วโมง ต่อมาวันที่ 5 ก.พ. น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 13 (บางกะปิ-วังทองหลาง) พรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว ถูกเผา บริเวณถนนเสรีไทย ซอย 1 พื้นที่สน.ลาดพร้าว ว่า ตำรวจสน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเผาทำลายป้ายหาเสียงพรรคพลังประชารัฐแล้ว จากการที่ได้รับรายงานทางการสืบสวนทราบว่า ผู้ที่กระทำการเผาป้ายดังกล่าว ดื่มสุรามาแล้วผ่านจอดรถทำธุระส่วนตัวก็เห็นป้ายขณะมึนเมาจึงทำการเผาทำลาย รวมถึงพื้นที่สน.ลาดพร้าวก็เช่นกันจับกุมผู้ก่อเหตุแล้ว มีอาการมึนเมาขณะก่อเหตุด้วยเช่นกัน ยังอยู่ระหว่างการขยายผลความเชื่อมโยงต่างๆ ในกรณีการเกิดเหตุในพื้นที่สน.ลาดพร้าว


“จากการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมพบว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่อย่างใด ส่วนกรณีเมาแล้วใช้เป็นเหตุผลในการเผาทำลายป้ายหรือไม่นั้น หากเมาแล้วเผาทำลายป้าย หากใช้เป็นเหตุผลก็จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ส่วนเหตุผลว่าจะเป็นคำอ้างอย่างไรนั้นอาจพูดลำบาก แต่ผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามข้อกฎหมายที่กำหนดอย่างแน่นอน”ผบช.น. กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคการเมืองต่างๆ ที่ติดตั้งป้ายเป็นจำนวนมากมีการกีดขวางการจราจรนั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตามระเบียบมีการกำหนดไว้ชัดแจ้งว่าห้ามติดตั้งป้ายกีดขวางการจราจรและจะละเมิดกฎหมายไม่ได้อยู่แล้ว ตนมั่นใจว่าทุกพรรคการเมืองมีความรู้กรณีดังกล่าวอยู่แล้ว เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พรรคการเมืองจะต้องระมัดระวังตัวเองอยู่แล้ว ส่วนการติดตั้งป้ายทับซ้อนกันทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีระเบียบกำหนดไว้อยู่แล้ว กรณีมีป้ายตั้งอยู่แล้วนำป้ายของตนเองไปปิดทับก็ถือเป็นความผิดตามที่กกต.ดำเนินการตามระเบียบ

เมื่อถามว่าการข่าวข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวช่วงเลือกตั้งนั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น เหตุที่มีเกี่ยวข้องอาทิเช่น การเผาป้าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวได้ หรือมีกลุ่มอิทธิพลหรือกลุ่มมือปืนเข้ามาทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ขณะนี้นั้นยังไม่มีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนการดูแลผู้สมัครหาเสียงนั้น ภายหลังจากที่ได้มีการประชุมร่วมกันว่ามีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมาแล้วขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของเราวางตัวเป็นกลาง ดูแลกลุ่มผู้สมัครทุกพรรคให้เท่าเทียมกัน สิ่งที่บอกคือข้าราชการตำรวจต้องเป็นการทุกคนเข้าใจอยู่แล้วไม่ต้องให้ขยายผลคำว่ากลางของตำรวจเป็นอย่างไร

ต่อข้อซักถามว่า กรณีที่มีผู้สมัครเห็นว่ามีความสุ่มเสี่ยงจะสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันนั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า สามารถทำได้แต่ต้องมีหลักการและเหตุผล ถ้าทุกพรรคบอกว่าตัวเองเสี่ยงทั้งหมดมีการร้องขอไป 10-20 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แย่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลผู้สมัครตามพรรคต่างๆ แต่อย่างใด และยังไม่มีพื้นที่ใดที่น่าหนักใจที่จะต้องดูแล

Advertisement

ขณะที่ เมื่อเวลา 16.00น. ที่สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว นายนรพนธ์ (สงวนนามสกุล) นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งย่านดินแดง อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.202/2562 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ในความผิดฐาน ”วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น” หลังลงมือก่อเหตุใช้ไฟแช็คจุดเผาป้ายผู้สมัคร ส.ส.น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 13 (บางกะปิ-วังทองหลาง) พรรคพลังประชารัฐ เมื่อเวลาประมาณ 02.00น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนถูกจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุดื่มสุรามาและลงรถแท็กซี่บริเวณจุดเกิดเหตุแล้วเดินมานั่งหน้าบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับป้ายหาเสียง ระหว่างนั่งอยู่หน้าบ้านนั้น ก็ได้เดินไปปัสสาวะที่เสาไฟ ซึ่งมีป้ายหาเสียงติดตั้งอยู่ ก่อนจะใช้ไฟแช็กจุดไฟเผาป้ายด้วยความมึนเมา และเดินเข้าบ้านไป ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบวงจรปิดเห็นภาพผู้ต้องหาขณะก่อเหตุจึงดำเนินการจับกุมทันที ทั้งนี้ผู้ต้องหาก่อเหตุด้วยความมึนเมา อ้างว่าไม่มีมูลเหตุทางการเมืองเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นมีโทษจำคุก 6 เดือน-7 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000-14,000 บาท ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.ท.สถาปนา จุณณวัตต์ รอง ผกก.สส.สน.ลาดพร้าว กล่าวฝากเตือนว่า หากประชาชนต้องการให้เคลื่อนย้ายป้ายหาเสียง กรุณาติดต่อไปยังสำนักงานเขตในพื้นที่นั้นๆ ขออย่าเคลื่อนย้าย หรือทำลายด้วยตนเอง เพราะจะมีความผิดตามกฎหมายในข้อหาทำลายทรัพย์สินผู้อื่นได้

ขณะที่ น.ส.ฐิติภัสร์  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กทม. เขต 13 กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากตำรวจสน.ลาดพร้าว แล้วว่าสามารถควบคุมตัวมือเผาป้ายหาเสียงได้ ตนจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ตนไม่ได้เป็นกังวลในเรื่องของการเมือง แต่เป็นห่วงประชาชนในเรื่องของความปลอดภัย จากความเสียหายหากไฟที่เผาป้ายลุกลามไปยังสายไฟหรือบ้านเรือนประชาชนมากกว่า