จากการที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยกเลิกห้องสูบบุหรี่ในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ในไทย ตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้ท่าอากาศยานเป็นพื้นที่สาธารณะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
(อ่านข่าว เขตปลอดบุหรี่! “ทอท.” ประกาศให้พื้นที่ในอาคารผู้โดยสาร 6 แห่งเป็นเขตปลอดบุหรี่มีผลตั้งแต่วันนี้)
มติชนออนไลน์ ถามผู้อ่านว่า คิดว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ได้จริงหรือไม่
โดยผลการสำรวจทางทวิตเตอร์ พบว่า มีผู้ที่ตอบว่า “คุ้มครองได้” 37 เปอร์เซ็นต์ และ “คุ้มครองไม่ได้” 43 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า “ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
สำหรับความเห็นทางเฟซบุ๊ก มติชนออนไลน์ พบว่า มีราว 67 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นว่า “คุ้มครองไม่ได้” และ 33 เปอร์เซ็นต์มองว่า “คุ้มครองได้”
โดยผู้อ่านรายหนึ่งได้แสดงความเห็นเข้ามาว่า ที่ต่างประเทศยังมีการจัดสรรให้เป็นที่เป็นทางได้ดี ไม่เห็นจะกระทบอะไร เช่นเดียวกับอีกหลายความเห็นที่ระบุว่า สนามบินในต่างประเทศ ต่างก็มีพื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ให้ทั้งนั้น
แต่ผู้อ่านอีกราย ระบุว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีห้องให้สูบ คนที่จะสูบก็จะแอบไปสูบตามห้องน้ำอีก ดูเหมือนเจตนาของกฎหมายจะดี แต่บ่อยครั้งที่กลับให้ผลในทางตรงกันข้าม และบ่อยครั้งที่รัฐหรือใครทำอะไรที่โต่งจนเกินไป ก็มักจะนำมาซึ่งผลในทางตรงกันข้ามเสมอ และครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น
อีกความเห็นมองว่า ในสนามบินยังมีขายบุหรี่ แต่กลับไม่ให้สูบบุหรี่ทั้งที่มีที่สูบบุหรี่เฉพาะที่ จึงไม่เข้าใจตรรกะนี้ และว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่สูบบุรี่ ซองหนึ่งเสียภาษี 20-30 บาท แต่ทำไมจึงจำกัดสิทธิ์ถึงขนาดนั้น ขอให้คนสูบบุหรี่ได้มีที่ยืนบ้าง
ผู้อ่านอีกราย ระบุว่า เลิกสูบบุหรี่มานานแล้ว แต่วิธีการแก้ปัญหาแบบไม่มีทางออกที่เหมาะสม จะสร้างปัญหาให้มากกว่า ควรมีพื้นที่ทางเลือกให้แก่ผู้ที่ยังต้องการสูบ ซึ่งบุหรี่ยังไม่ใช่ยาเสพติดที่ให้โทษ
อีกความเห็น มองว่า สนามบินไม่ใช่ บขส. ชาวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย จุดแรกที่คนสูบบุหรี่มองหาคือห้องสูบบุหรี่ เพราะเขาเคร่งในกฎ แต่คนไทยไม่มีห้องสูบบุหรี่ ไม่ใช่ปัญหา เพราะคนไทยเก่งอยู่แล้ว
ผู้อ่านอีกราย แสดงความเห็นว่า ปั๊มน้ำมันก็มีประกาศกฎกระทรวงเหมือนกัน แต่ปั๊มก็ยังจัดพื้นที่ให้สูบอยู่ แต่เบื่อมากเวลาที่เข้าไปใช้ห้องน้ำแล้วต้องนั่งดมกลิ่นบุหรี่ตลอด ไม่ค่อยมีใครสน ไม่เคารพสิทธิ์คนอื่น เช่นเดียวกับอีกความเห็น
ขณะที่อีกความเห็นบอกว่า ตนเองไม่ได้สูบ แต่คิดว่า คนที่ไม่สูบกำลังละเมิดสิทะของคนสูบมากไปหรือเปล่า ปิดห้องสูบบุหรี่หมด ปิดโซนสูบบุหรี่ทั้งหมดแบบนี้ เช่นเดียวกับผู้อ่านอีกคนที่ออกตัวว่า ไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่ แต่ถ้ามีพื้นที่สำหรับคนสูบบุหรี่โดยไม่เดือดร้อนบุคคลอื่น ก็ไม่มีปัญหา
ส่วนอีกความเห็น บอกว่า สูบบุหรี่มา 40 กว่าปี ตอนนี้อายุ 60 กว่า เลิกสูบมาประมาณ 5 ปี และเห็นว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ล้มเหลวมาก เพราะการสูบบุหรี่ในห้องที่จัดไว้ให้ มันก็ไม่ไปรบกวนใครแล้ว ต่างคนต่างต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน คนสูบก็ต้องเคารพสิทธิคนไม่สูบ คนไม่สูบก็ต้องเคารพสิทธิคนสูบ
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านหลายคนมีคำถามว่า ในเมื่อจะไม่ให้สูบ ก็ควรจะปิดโรงงานยาสูบไปเลย
โดยสามารถอ่านความเห็นทั้งหมดทางเฟซบุ๊กได้ที่

