ทนายอนันต์ชัย พา ‘ฝน’ คดีพรากผู้เยาว์ ‘น้องต้าแง’ ร้องกองปราบฯเอาผิด ตร.12 นาย

7.02.19 | 13:48 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พานายทองขวัญ ฉิมมา หรือฝน อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ ด.ช.ซูลุยผิว หรือน้องต้าแง เด็กชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตอยู่ในไร่อ้อยที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายสมจิตร ฉิมมา อายุ 70 ปี นางพยุง สร้อยทอง อายุ 63 ปี พ่อและแม่ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุรชัย จันทรมณี รอง ผกก. (สอบสวน) กก.4 บก.ป. ช่วยราชการ กก.5 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจทั้ง 12 ราย รวมทั้งแพทย์ ที่ลงความเห็นว่าคำให้การของนายฝนเชื่อถือได้ ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าหน้าที่ปลอมแปลงเอกสาร กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ฐานที่บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ กรณีแถลงข่าวและออกหมายจับนายฝน ในข้อหาพรากผู้เยาว์


นายอนันต์ชัยกล่าวว่า เนื่องจากคดีมีการสอบสวนโดยชี้นำพยานให้เป็นไปตามความต้องการของพนักงานสอบสวน และละเว้นสอบสวนพยานบางปาก อีกทั้งยังมีการไปควบคุมตัวนายฝนที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์อย่างไม่ถูกต้อง โดยมีการให้นายฝนพิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบหมายจับ ทั้งที่นายฝนไม่อยู่ในสภาพเหมือนเช่นคนปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนทางวินัยกับตำรวจชุดดังกล่าวด้วยแล้ว อย่างไรก็ตาม เห็นได้ว่านายฝนพูดจาและเล่าเรื่องราวกับสื่อมวลชน พูดจาวกไปวนมา เรียบเรียงเหตุการณ์ไม่ได้ เป็นการพิสูจน์ได้ว่า นายฝนไม่ได้อยู่ในสภาพเหมือนบุคคลทั่วไป ซึ่งผลการตรวจสติปัญญาของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ก็ยังระบุด้วยว่า นายฝนเป็นคนปัญญาอ่อน อายุเทียบเท่าเด็กอายุ 7 ขวบ แต่ตำรวจชุดที่ทำคดีนี้กลับไม่มีการสอบสวนพยานให้ครบถ้วนกระบวนความ ซึ่งขณะนี้คดีเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เนื่องจากตำรวจยื่นคำร้องขอปล่อยตัวต่อศาล เพราะนายฝนไม่อยู่ในสภาพของคนปกติ คดีนี้ถือเป็นความบกพร่องของตำรวจชุดทำคดี จึงจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

นายฝนเปิดเผยว่า ระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัวไป ตำรวจยังได้ใช้เชือกมัดมือ ตบหน้า และใช้บุหรี่จี้ที่ข้อมือของตนด้วย

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้ร้องเรียนไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งคดีต่อให้พนักงาน บก.ปปป. ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Advertisement