เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ต.ท.มงคล โท้เป๋า รอง ผกก.สส. สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ต.สุวิทย์ ซุยจรูญ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ ขอกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามกรณีมีหญิงสาวถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท แล้วหลบหนี ในช่วงเช้าจึงได้จัดชุดปฎิบัติการลงพื้นที่ติดตามหาข่าว
พ.ต.ท.มงคล กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้มีหญิงสาวถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ทราบชื่อต่อมาคือน.ส.ดวงเดือน มาลัยสี อายุ 30 ปี โดยคนร้ายได้หลบหนี ทราบชื่อผู้ก่อเหตุต่อมาคือนายสมชาย โสวัวนา อายุ 38 ปี พักอาศัยที่ห้องเช่าในเขตบ้านโป่งไผ่ จ.ปราจีนบุรี จึงได้จัดชุดปฎิบัติการลงพื้นที่ติดตามหาข่าววางกำลังตามจุดต่างๆ จนได้เบาะแส ว่าคนร้ายได้ยืมรถจักรยานยนต์จากร้านซ่อมที่อยู่บ้านโป่งไผ่เพราะรถจักรยานยนต์ของคนร้ายเสียจึงจอดซ่อม หลังจากที่ร้านทำการซ่อมรถเสร็จก็แจ้งค่าซ่อมให้คนร้ายทราบ และคนร้ายบอกกับทางร้านว่าประมาณ 09.00 น. จะนำเงินมาจ่าย
เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังซุ่มอยู่ใกล้ๆ กับร้านซ่อม กระทั่งเวลา 12.00 น. คนร้ายได้มาที่ร้านพร้อมนำเงินมาจ่ายค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ กำลังชุดสืบสวนพร้อม พ.ต.ต.สุวิทย์ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมและนำตัวมาที่สภ.ระเบาะไผ่
ด้าน พ.ต.ต.สุวิทย์ สารวัตรเวรสอบสวน กล่าวว่า “หลังการสอบสวนนายสมชายให้การรับสารภาพอ้างไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อมรถ บังเอิญขับรถสวนทางกับน.ส.ดวงเดือน สังเกตเห็นสร้อยคอทองคำที่คอ จึงได้เลี้ยวรถกลับและขับตามหลังมาเรื่อยๆ พอสบโอกาสก็ขับเข้าไปใกล้พร้อมกระชากสร้อยแล้วขับรถหนี นำทองที่ได้มาไปขายที่ร้านทองในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี
แต่ขายเพียงครึ่งเดียวทองที่ได้ไปหนัก 1 บาทแต่นายสมชายขอสร้อยทองหนัก 50 สต.พร้อมเงินส่วนต่างที่เหลือจำนวน 5,300 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสมชายทราบ ถูกดำเนินคดีในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์และได้รับบาดเจ็บ นายสมชายทราบข้อกล่าวหา” พ.ต.ต.สุวิทย์กล่าว

