รองโฆษกตร.ยัน มาเฟียลานเบียร์งานฝังลูกนิมิต ผิดหลายข้อหา เร่งสอบปมเคลียร์จนท.ปล่อยขายเหล้าในวัด!!

9.02.19 | 13:58 น.
(แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีตัวแทนเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พร้อมด้วยเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่กว่า 20 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กรณีพนักงานสำนักงานควบคุมโรคที่ 5 กรมควบคุมโรค ถูกชายฉกรรจ์ข่มขู่ทำร้ายร่างกายระหว่างลงพื้นที่ใน จ.ราชบุรี ตรวจสอบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.ราชบุรี ว่า


เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2562 เวลาประมาณ 08.20 น. บริเวณเต็นท์อำนวยการหน้าโบสถ์ วัดหนองนกกระเรียน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี นพ.สมาน ฟุตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จ.ราชบุรี พร้อมกับพวกได้เข้าตรวจสอบงานปิดทองประจำปี วัดหนองนกกระเรียน หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าไปเที่ยวงานและพบว่ามีการเปิดลานเบียร์สดยี่ห้อหนึ่ง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นช่วงที่ นพ.สมานกำลังพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด โดยในมือถือกระดาษซึ่งเป็นข้อตกลงที่เจ้าของงานเขียนขึ้นก่อนจะมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหยิบแผ่นกระดาษดังกล่าวคืน แต่ นพ.สมานได้ขอเอกสารฉบับดังกล่าวไว้อีกครั้ง แต่ชายคนดังกล่าวกลับตอบว่า ท่านถ่ายไว้แล้วจะเอาไปไหน ซึ่งทาง นพ.สมานบอกว่า ขอไว้ก่อนเพราะกำลังคุยกับเจ้าอาวาสอยู่ จากนั้นฝ่ายเจ้าของผู้จัดงานก็เริ่มเสียงดังใส่และมีการไปกระชากมือของ นพ.สมาน จนทำให้เจ้าหน้าที่ของอำเภอต้องลุกขึ้นมาห้าม จากนั้นมีชายอีกคนได้เข้าทำร้ายช่างภาพของทีม นพ.สมาน จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและทหารต้องเข้าระงับเหตุ

“ต่อมาในวันที่ 7 ก.พ.ผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.จอมบึง โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยาน รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกายกับแพทย์เพื่อนำผลมาประกอบคดี พร้อมฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่แสวงหาพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในเบื้องต้นนั้นการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมีความผิดในข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่, ต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ พนักงานสอบสวนยังคงดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ต่างๆ และยังคงต้องรอผลการชันสูตรบาดแผลจากแพทย์ของผู้เสียหาย ผลการสืบสวนและพิสูจน์ทราบผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย” รองโฆษก ตร.กล่าว และว่า ประเด็นที่ผู้ร้องเรียนได้กล่าวว่าในกรณีดังกล่าว พบว่ามีการสมยอมระหว่างผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันจนทำให้ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายและปล่อยให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมนั้น ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว

“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ในการรณรงค์ ขอความร่วมมือ ป้องกัน และจับกุมปราบปราม ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ต้องห้าม อาทิ สถานศึกษา วัด หน่วยงานราชการ เป็นต้น ตลอดจนการบูรณาการร่วม หน่วยงานสาธารณสุข ทหาร ปกครอง และเอกชน เข้าตรวจสอบสถานบริการ อายุของผู้ใช้บริการ และการกระทำความผิดตามกฎหมายยังสถานประกอบการต่างๆ พร้อมทั้งกำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ และได้เน้นย้ำให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดีให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องตามกฎหมาย ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ และจะต้องจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว